744

30 พ.ย. 2562

link Print

หลงเสน่ห์ อะคิตะ เมืองซามูไร


เปรี้ยวปากจะพาทุกคนไปสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมและความหลากหลายทางธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกันที่ "เมืองอะคิตะ" ภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชู และถือว่าเป็นอัญมณีเม็ดงามแห่งโทโฮคุ การเดินทางมาจังหวัดอะคิตะ จากโตเกียวและเซนได นั่งรถไฟชินคันเซ็นสายอะคิตะ(Akita Shinkansen) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง



เมื่อมาถึงจังหวัดอะคิตะเช็คลิสต์แรกที่ต้องมาเลยก็คือ "หมู่บ้านซามูไร (Kakunodate)"  หมู่บ้านเก่าแก่อายุเกือบ 400 ปี ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนของเหล่าซามูไรในอดีตเอาไว้ และได้รับฉายาว่าเป็น "Little Kyoto"



ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี หมู่บ้านซามูไร (Kakunodate) ถือเป็นจุดชมซากุระที่ได้รับความนิยมที่สุดในโทโฮคุ



หากใครสนใจนั่งรถลากชมหมู่บ้านซามูไรก็มีบริการอีกด้วย ค่าบริการรถลากเที่ยวชมหมู่บ้าน 15 นาที 3,000 เยน / 30 นาที 5,000 เยน / 60 นาที 9,000 เยน หรือสนใจเช่าชุดกิโมโนเดินเล่นรอบหมู่บ้านก็ ราคาคนละ 4,400 เยน สามารถเดินเล่นได้ทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น.



"เรือนหลังใหญ่ของตระกูลอาโอยากิ(Aoyagi Samurai Manor Museum)" เป็นหนึ่งในหกบ้านซามูไรที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ซึ่งเรือนของตระกูลอาโอยากิหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1860



ตระกูลอาโอยากิมีบทบาทสำคัญทางด้านการทหารของเมืองคาคุโนดาเตะมากจนเจ้าเมืองอนุญาตให้ตระกูลนี้สร้างซุ้มประตูเพื่อเป็นรางวัลแสดงถึงความสามารถของตระกูล




เรือนหลังใหญ่ของตระกูลอาโอยากิถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวิถีชีวิตของชาวซามูไรในยุครุ่งเรืองผ่านข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า เสื้อเกราะซามูไร อาวุธต่างๆ ภายนบ้านจะแบ่งออกเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร ร้านขายของ ห้องจิบชา และสวนสวยๆ เดินเที่ยวกันจนเหนื่องต้องแวะมาหาอะไรทานกันสักหน่อย



มาถึงอะคิตะทั้งทีต้องลองมาทานอุด้งที่ร้าน "Inaniwa Koraido Aoyanagike" เป็นร้านที่ติด 1 ใน 3 ของเส้นอุด้ง ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งร้านนี้ก็อยู่ในบ้านอาโอยากินั่นเอง



Inaniwa Tempura Udon Noodle อุด้งร้อน



Inaniwa Tempura Udon Noodle อูด้งแบบเย็น ซึ่งตัวเส้นอูด้งจะมีสีชมพูนิดๆ เพราะผสมผงซากุระลงไปด้วย



เส้นอุด้งของที่นี่จะมีลักษณะแบนและเล็กกว่าปกติแต่มีความหนึบซึ่งเป็นเส้นอุด้งสไตล์อะคิตะ



ไฮไลท์ของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของจังหวัดอะคิตะที่ต้องห้ามพลาดเลยก็คือ การนั่งรถไฟท่องเที่ยวชมวิวธรรมชาติสองข้างทาง



เริ่มจากสถานีคะคุโนะดาเตะโดยนั่งรถไฟสายอะคิตะ นาอิริกุ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เต็มบนรถไฟที่จะได้เห็นความสวยงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี



มาขึ้นกระเช้ากันต่อที่ "ภูเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi)" ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในจังหวัดอะคิตะ ซึ่งสามารถเห็นความสสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีได้แบบ 360 องศา ในระดับความสูงจากพื้นดิน 1,454 เมตร นั่งชมวิวในกระเช้าแบบเพลินๆ ยาวไปถึง 20 นาทีเลย ค่าขึ้นกระเช้าเพียงคนละ 1,800 เยน ก็ได้เพลิดเพลินอย่างเต็มที่กับวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่มองเห็นทั่วภูเขา



สามารถชมความสวยงามของยอดเขาโมริโยชิได้ 2 ฤดู คือ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และ ฤดูหนาว ที่นี่จะกลายเป็นลานสกีและชมความงามของ Snow Monster



มาถึงอะคิตะต้องอย่าลืมไปทักทายเจ้าถิ่นอย่าง "สุนัขพันธุ์อะคิตะ" ที่มีชื่อเสียงของที่นี่ เรียกว่าเป็นพระเอกกันเลยทีเดียว ไม่ว่านักท่องเที่ยวคนไหนก็ต้องแวะถ่ายรูปกับความน่ารักของเจ้าสุนัขพันธุ์อะคิตะ



อีกหนึ่งแลนด์มาร์คห้ามพลาดของอะคิตะคือ "ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa)" ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น



ที่นี่ยังมีกิจกรรมพายเรือคายัคให้เหล่านักท่องเที่ยวได้ชมความงามรอบๆ ทะเลสาบ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการพายเรือคายัค คือช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม



ทะเลสาบทาซาวะมีความลึกถึง 432.4 เมตร จึงเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น และด้วยความลึกนี้ทำให้ฤดูหนาวทะเลสาบจึงไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง นอกจากนี้มีเรื่องเล่าขานกันว่าใครที่ได้มาดื่มน้ำในทะเลสาบ 3 อึก จะมีความงามที่เป็นอมตะ



แต่ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อ "ทัตสึโกะ" ดื่มไปมากกว่า 3 อึก เทพเจ้าแห่งทะเลสาบโกรธมาก สาปให้เธอกลายเป็นมังกรเฝ้าทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งตำนานนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ "ยาสึตาเกะ ฟูนาโคชิ" หล่อรูปปั้นของหญิงสาวขึ้นมา กลายเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่



ในบริเวณนี้มีศาลเจ้าที่ยื่นออกไปในทะเลสาบให้มาขอพรกันอีกด้วย นั่นก็คือ "ศาลเจ้าอุคิกิ (Ukiki Shrine)" ศาลเจ้านิกายชินโตซึ่งคนนิยมมาขอพรเรื่องความสวยความงามกัน

Read More

INFO

หลงเสน่ห์ อะคิตะ เมืองซามูไร

จังหวัดอะคิตะ ประเทศญี่ปุ่น

Nearby

ทานอาหารไทยโบราณระดับมิชลินสตาร์ Chim by Siam Wisdom

สุขุมวิท

Paco Bangkok เติมความสดชื่นด้วยสมูทตี้โฮมเมด

สุขุมวิท 31

ICI บ้านขนมหวานสุดคิวท์

สุขุมวิท

Recommended by (sponsor)

ทดสอบ

Follow us on INSTAGRAM