• บ้านผัดไทยอร่อยระดับมิชลินไกด์

    เปรี้ยวปากพาไปเช็คอินร้านบ้านผัดไทยที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ การันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018ต้องบอกเลยว่าผัดไทยที่นี้ เก๋ที่สุดอีกร้านที่เคยไปมาเพราะตกแต่งย้อนยุคเน้นสีฟ้าตัดกับงานไม้ที่สื่อถึงยุค80 และสดๆร้อนๆ กับรางวัลการันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018 ต้องขยายนิดนึงคือรางวัลนี้ทางมิชลินจะมอบให้ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี คุ้มค่าคุ้มราคาที่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่ออาหาร 3 คอร์ส ไม่รวมเครื่องดื่ม แม้แต่เชฟและร้านเองยังเซอร์ไพรส์เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าได้รับรางวัลจนมาเห็นชื่อร้านในไกด์บุค มาดูที่พระเอกของร้าน ผัดไทยปูม้า (280 บาท) เนื้อปูก้อนเน้นชิ้นโตผัดกับเส้นจันท์ ซึ่งความพิเศษจะใช้มันปูและไข่ปูผัดลงไป ส่วนตัวซอสผัดไทยก็จะประกอบด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเครื่องปรุงอีกกว่า 18 อย่างผสมลงไปผัดไทยไก่ย่าง (190 บาท) ทางร้านอะแดปเป็นทางเลือกไม่จำเจ ซึ่งจะใช้ไก่ส่วนสะโพกนำไปหมักกับน้ำผึ้ง ย่างจนหอมเข้าเนื้อ ไก่ทอดสมุนไพร (190 บาท) งานออเดิร์ฟ เสิร์ฟมาในซุ้มไก่เล็กๆ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิถีคนไทยในสมัยก่อน เมี่ยงคะน้า (150 บาท) ทางร้านจะใช้ใบคะน้าอ่อนออแกนิกส์ และเปลี่ยนจากใส่กุ้งแห้งมาเป็นไก่รวนซีอิ๊ว คนที่แพ้กุ้งทานได้ค่ะ และกรุบกรอบด้วยกากหมู

  • Nice Two Meat U สายเกาหลีที่แท้ทรูต้องไปลอง

    สายเกาหลีที่แท้ทรูต้องลอง “ปูดองซีอิ๊วเกาหลี” ไม่ต้องบินไปไกลถึงเกาหลีละจ้า  ถ้าจะพูดถึงร้านปิ้งย่างสุดฮอตตอนนี้ต้อง ‘Nice Two Meat U’ ปิ้งย่างสไตล์เกาหลีที่ใครๆก็ต้องลิ้มลอง กับเนื้อหมูและเนื้อวัวคัดอย่างดี 3ชั้นรมควัน (280 บาท) แนะนำอยากให้ลอง หมูสไลด์ราดซอสก็เลิศ พร้อมเครื่องเคียงมากมายในชุดปิ้งย่าง ทีเด็ด คอหมู (260 บาท) ซึ่งจะต้องนำไปย่างที่อุณหภูมิที่ 40 องศา ให้น้ำมันออกนิดๆจะอร่อยมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดที่ทุกคนเห็นแล้วต้องซี้ดดดดดดน้ำลายไหล ‘ปูดองซีอิ๊วเกาหลี’ (1,050 บาท) แซ่บ เด็ด ท้าให้ลอง! ซึ่งเจ้าของสาขานี้ คุณเอ ศุภชัย นักปั้นดารามือทองติดใจเมื่อครั้งไปทานที่เกาหลี จนตื้อขอซื้อแฟรนไชส์เข้ามาให้สาวกอาหารเกาหลีเมืองไทยได้ลิ้มลอง และยังมีเมนูอร่อยๆที่ทางร้านคัดสรรส่งตรงจากเกาหลี ทั้งข้าวผัดกิมจิชีส (360 บาท) กลิ่นกิมจิหอมเตะจมูกมาก พนักงานจะมาผัดให้เราที่โต๊ะเลย คอยดูแล 1 คน ต่อ 1 โต๊ะเมนูเกาหลีอื่นๆ อยากให้ลอง ซุปเต้าหู้อ่อน (350 บาท) ตัวน้ำซุปทำจากกิมจิ จับเช หรือผัดวุ้นเส้นเกาหลี (220 บาท) ตัวเส้นเกาหลีเค้าจะมีความเหนียวหนึบอร่อย แต่ละเมนูดีงาม เลอค่า ต้องไปลองกันจ้า

  • ตามหาโอปป้าที่คาเฟ่ 30.COFFEE STUDIO

    ตามไปหาโอปป้าในคาเฟ่สไตล์เกาหลีสุดฮอต คนรักการถ่ายรูปเตรียมกดชัตเตอร์ รัว รัวไม่ต้องไปไกลถึงโซลก็สามารถมาแชะรูปกับเจ้าประตูตู้ปริศนาสีชมพูกันได้แล้วจ้า สาวๆสายเกาหลีห้ามพลาดเช็คอินที่นี่ ร้าน 30.Coffee Studio คาเฟ่ที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ความตั้งใจของเจ้าของร้านนอกจากเปิดเป็นร้านกาแฟแล้วยังตั้งใจเปิดเป็นสตูดิโอไว้ให้ถ่ายรูปอีกด้วย จุดเด่นประตูสีชมพูหวานทางเข้าร้านให้ทุกคนได้มาถ่ายรูปในสไตล์ฮิปสเตอร์กันไปเลย ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายสไตล์มินิมอล สบายตา มุมถ่ายรูปเพียบ! แถมเมนูก็มีสีหวานๆคิ้วท์สุดๆไปเลย น่ารักจนต้องแจกมินิฮาร์ททึรัวๆคนรักชาเขียวขอแนะนำเลยค่ะ Kyoto Matcha ชาเขียวเย็น (120 บาท) ชาเขียวนำเข้าจากเกียวโต ที่จะมีความหอมอ่อนๆ ชงกับนมสด ทานคู่กับ 'เค้กชาเขียว' เนื้อนุ่มละมุนมากๆค่ะหรือจะสั่ง Choco ช็อคโกแลตเข้มข้น (75 บาท) สูตรพิเศษของทางร้าน ช็อกโกแลตเข้นข้นกำลังดี ทานกับ Butter cake ซอสครีมหอมนมสดก็เข้ากัน แถมให้อีกหนึ่งเมนู Cheesecake Brownies โฮมเมด บอกเลยฟิน

  • ถ่ายรูปชิคๆ เช็คอินที่ ‘ล้ง 1919’

    ถ่ายรูปชิคๆ เช็คอินที่เที่ยว ‘ล้ง 1919’ มาแล้วค่ะคุณขาาาาาา สถานที่เที่ยวแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานครของเรานี่เอง โครงการ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) แหล่งท่องเที่ยวเชิง Heritage โดดเด่นด้วยศิลปะเชิงอนุรักษ์ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ไทยจีน ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมใจของชาวจีนในแผ่นดินไทยให้เราได้สัการะกัน ภายในพื้นที่แห่งนี้รวมร้านช้อปปิ้งจำหน่ายงานดีไซน์ งานฝีมือร่วมสมัยอย่างร้าน SAN สินค้าส่วนใหญ่ส่งออกญี่ปุ่น มีเสื้อผ้า กระเป๋า เฟอร์นิเจอร์เป็นสไตล์จีนแต่ดีไซน์อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือถ้าชอบงานฝีมือของคนรุ่นใหม่ ร้าน Room 5D เป็นการรวมตัวของ 5 ดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ที่สำคัญยังเป็นคนวาดภาพตามมุมต่างๆในล้งด้วย สินค้าแนะนำให้ช้อปติดมือกลับ รูมสเปรย์กลิ่นมะม่วง กลิ่นทุเรียนก็มี เกร๋ๆ ไหมล่ะ และยังมีของตกแต่งบ้านเครื่องประดับที่เป็นงานดีไซน์ บอกเลยว่ารุ่นใหม่แต่ฝีมือเฉียบจากนั้นเดินชมผลงานศิลปะทั้งอาคารไม้และภาพจิตรกรรมฝาผนัง มีร้านอาหารและเครื่องดื่มให้บริการอยู่หลากหลายร้าน อาทิ เพลินวานพาณิชย์ ลมโชย โรงสี ชอบสไตล์ไหนลองแวะเข้าไปเช็คอินกัน แต่สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเราก็คงจะเป็นภาพวาดฝาผนังที่ให้สายแชะได้ถ่ายรูปชิคชิค บอกเลยว่าแต่ละมุมเก๋ๆทั้งนั้นนนนน เสาร์-อาทิตย์นี้ใครว่างๆอย่าลืมมาเช็คอินกันนะ! อ่อ ช่วงเย็นยังมีร้านค้าสตรีทฟู้ดอร่อยๆในย่านนั้นมาออกร้านด้วย ช้อป ชิม ชิล เพลิน!! 

  • Cher_cheeva เฌอ-ชี-วา ขนมไทยโบราณในคาเฟ่ร่วมสมัย

    Cher_cheeva เฌอ-ชี-วา ขนมไทยโบราณในคาเฟ่ร่วมสมัย ร้านขนมไทยร่วมสมัยที่กำลังฮอตสุดๆในตอนนี้ แค่ก้าวเข้ามาในร้านก็ได้กลิ่นขนมไทยลอยอบอวน หลายอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย ซึ่งคุณไอซ์เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่าเป็นสูตรที่ตกทอดมาจากรุ่นตายาย ทั้งคุณไอซ์แล้วก็เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนรวมถึงคุณแม่เพื่อนก็มาช่วยกันลงมือทำขนมกันเองทุกอย่าง มีขนมไทยโบราณหาทานได้ยากหลายอย่าง ที่สะดุดตาคือการจัดจานและตกแต่งได้อย่างสวยงามบ่งบอกความเป็นไทยผ่านขนมไทยโบราณ  เริ่มที่ “Cher Set” รวมขนมไทย 10 อย่าง (ราคา 250 บาท) เช่น เสน่ห์จันทน์ จ่ามงกุฎ ทองเอก ขนมขี้หนู ลูกชุบ ตะโก้ ฝอยทอง และหยกมณี เป็นขนมไทยโบราณหาทานยาก ทำจากเม็ดสาคูผสมน้ำใบเตยปั้นเป็นก้อนคลุกกับมะพร้าวขูดมาต่อที่เมนูซิกเนเจอร์ “ขนมพระพาย” (ราคา 80 บาท) ที่ใช้น้ำลอยดอกมะลิมาผสมกับแป้ง น้ำใบเตย และน้ำอัญชัน นวดจนเนื้อแป้งเข้ากันดีใส่ไส้ถั่วกวนก่อนเสิร์ฟราดด้วยน้ำกะทิ เครื่องดื่มเย็นๆหน้าตาสวย เมนู “กรานิต้าอัญชันมะนาว” เกล็ดน้ำแข็งเย็นๆ รสอัญชันมะนาวดื่มแล้วสดชื่นเลยค่ะ อีกแก้วก็สดชื่นไม่แพ้กัน “บ๊วยโซดา” (ราคา 70 บาท ) ท็อปด้วยไอศกรีมบ๊วยที่ทางร้านทำเอง  ถ้าชอบหวานอมเปรี้ยวต้อง “ลิ้นจี่มะนาวโซดา” (ราคา 70 บาท) หอมไซรัปอัญชัน เมนูเขาเน้นสีสันถ่ายรูปสวยจริงๆ คนชอบแชะ แอนด์ แชร์ ห้ามพลาดร้านนี้ แนะนำให้โทรจองโต๊ะก่อนเพราะขนมค่อนข้างหมดเร็ว 

  • Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน

    Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน Mamarin ชื่อร้านที่มีที่มาเก๋ๆ ผสมกันระหว่างคำว่า ‘หม่าม้า’ และคำว่า ‘มารินทร์’ เป็นชื่อคุณแม่ของคุณเค้ก B5 เจ้าของร้าน บอกเล่าความอร่อยในแบบ Home Cooking จากมือและใจของแม่สู่ลูกค้า ขอเริ่มจากของทานเล่น “กุ้งแพทอดกรอบ” (85 บาท) ที่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มอาจาด ยังมีของทานเล่น เต้าหู้ทอด แผ่นเกี๊ยวทอด สั่งมาทานเพลินๆ “ก๋วยเตี๋ยวแห้งเย็นตาโฟ” (89 บาท) ซอสเข้มข้นมาก มาพร้อมน้ำซุปดั้งเดิมแบบแยกต่างหาก ที่สำคัญยังเพิ่มเครื่องเคียงอย่างหมึกสด เต้าหู้ทอดและกุ้งแพทอดกรอบให้ได้เคี้ยวกันแบบเพลินๆ ใครที่ชอบรสชาติจัดจ้านต้อง “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกสด” (เริ่มต้น 89 บาท) เพิ่มมะนาว พริกขี้หนูสด และถั่วลิสงคั่วใหม่สับหยาบๆ อร่อยครบรส เมนูคลาสสิกต้องยกให้ “ก๋วยเตี๋ยวน้ำดั้งเดิม” (เริ่มต้น 89 บาท) ความพิเศษจะอยู่ที่น้ำซุปบ้านบึงแบบดั้งเดิมที่เคี่ยวได้รสที่กลมกล่อม ยังมาพร้อมเครื่องเคียงหมูบะช่อผสมหมึกแห้ง กุ้งแห้ง หมูสไลด์ คาตั๊งหรือเนื้อหมูส่วนติดกระดูก ตับ เกี๊ยวแผ่นทอด และกระเทียมเจียวหอมๆ

  • ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ

    ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ทานอาหารต้องมีบรรยากาศ เปรี้ยวปากเช็คอินพาไปกินลมชมวิวที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เหมาะกับพาคนพิเศษมาดินเนอร์มื้อเย็นทานไปชมวิวเมืองกรุงยามเย็น อาหารไทยที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างอาหารไทยและเทคนิคของอาหารต่างชาติเข้าด้วยกันยังคงรสชาติอาหารไทยไว้ แต่ละจานก็สร้างสรรค์สวยงามจนต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายก่อนลงมือชิม เริ่มกันที่ "ของว่างรวม" (790 บาท)  สะเต๊ะไก่ กุ้งโสร่งทอด ยำส้มโอ ปอเปี๊ยะปลาฟูม้วนเป็นโรล ตัดด้วย "ซุปคาปูชิโน่ดอกโสนกับหอยเชลล์ย่าง"  เมนูนี้หน้าตาฝรั่งแต่รสชาติสไตล์ไทย เติมมะนาวนิดนึงเพิ่มความเปรี้ยวทำให้เมนูนี้ไม่หนักท้องเกินไป "ยำแซลมอน" (590 บาท) หอมใบแมงลักที่ใส่มาเติมกลิ่นเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมดอกไม้ที่สามารถทานได้ จัดจ้านแบบน้ำยำถึงเครื่อง ส่วนเมนูนี้ก็เสิร์ฟแบบพอคำ "กุ้งย่างพริกสดเสิร์ฟคู่กับข้าวตัง"ถ้าชนะเลิศเรื่องความสวย ยกให้จานนี้ "ยำมะเขือยาวปู" เพิ่มคาเวียร์ ใส่แผ่นทองคำทานได้ เมนูใต้อย่าง "แกงกะทิปูใบชะพลูกับขนมจีนไข่ต้ม" (870 บาท) ถึงเครื่องหร่อยแรงๆแบบชาวใต้ ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์ บรรยกาศดี อาหารไทยอร่อย Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ มีครบจบที่เดียว

  • “ลมโชย” ไปที่เดียวอิ่มครบ 4 ภาค

     “ลมโชย” ไปที่เดียวอิ่มครบ 4 ภาค“ยามลมโชยมา พาใจหน่วงหนัก คิดถึงรัก ครั้งก่อนนั้นเคยรัญจวน” เสียงร้องจากเจ้าของร้านหน้าคุ้น คุณเอ๋ ศุภชัย นักปั้นมือทองที่ยกเมนูความอร่อยมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง พร้อมบอกเล่าที่มาของร้านลมโชยที่อยากจะร้านอาหารติดริมแม่น้ำเจ้ายา ประจวบเหมาะกับเจ้าของเป็นเพื่อนสมัยเรียนจึงมาลงตัวที่โครงการ ล้ง 1919 เริ่มที่อาหารภาคใต้ บ้านเกิดของคุณเอเอง "แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าวอ่อน"  จัดจ้านร้อนแรง คุณเอบอกกับเราว่าอาหารใต้ขี้เหนียวเครื่องไม่ได้ ไม่งั้นไม่อร่อย "ปลากระบอกทอดขมิ้น" ปลากระบอกชิ้นกำลังดีกรอบนอกนุ่มใน หอมกระเทียมเจียวทานกับข้าวสวยเพลิน ภาคอีสาน "ตำปูม้าอินเตอร์"  นัวปลาร้าอย่างดี ซึมเข้าเนื้อปูม้าสดๆ แซ่บจริงแซ่บจัง ภาคกลาง "ยำปลาดุกฟู"  ฟูได้ใจจริงๆ ภาคเหนือ "ขนมจีนน้ำเงี้ยว" คุณเอแอบบอกเคล็ดลับความอร่อยว่าเมนูนี้แอบเต็มเครื่องแกงใต้ลงไปทำให้น้ำเงี้ยวเข้มข้นและมีรสเผ็ดนิดๆเฉพาะตัว จะมาเป็นครอบครัว เป็นแก๊งค์ แต่ชอบอาหารไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับร้านลมโชย อาหารไทย 4 ภาค ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พัดพากลิ่นอาหารหอมๆลอยมาแตะจมูก 

  • ไประนองต้องกินปลาหลุมพุก ร้านอาหารคุ้นลิ้น

    ถ้าถามหาอาหารพื้นเมืองระนองชื่อที่คนท้องถิ่นบอกกับทีมงานนึกถึงชื่อแรกๆก็คือ "ร้านอาหารคุ้นลิ้น" ใกล้กับสวนสาธารณะรักษะวาริน แช่ออนเซ็นน้ำพุร้อนเสร็จคลายเมื่อยก็มาเติมพลังท้องกัน บรรยากาศร้านคุ้นลิ้นเป็นโต๊ะไม้นั่งสบายๆตกแต่งด้วยตุ๊กตาไล่ฝน น่าจะเป็นการแก้เคล็ด เมืองฝนแปดแดดสี่ ที่มีหน้าฝนถี่จนเกือบทั้งปี  ประเดิมด้วยเมนูขึ้นชื่อ "ปลาหลุมพุกลุยสวน" (850 บาท) ปลาพื้นเมืองของระนอง เคี่ยวข้ามคืนกับเครื่องเทศจนก้างนุ่มทานได้ทั้งก้าง"ปลาทูทอดกะปิ" (150 บาท) ของขึ้นชื่อจังหวัดระนองก็ต้องเป็นกะปิ ยิ่งเอากะปิหอมๆมาราดลงบนปลาทูทอดทานกับข้าวสวยร้อนๆ รับรองความฟิน ส่วนเมนูนี้แนะนำต้องสั่ง "แกงส้มไข่ปลาริวกิว" (250 บาท) ไข่ปลาริวกิวลูกใหญ่ๆ รสชาติจัดจ้าน ร้อนแรงด้วยเครื่องแกงใต้ เมารถมาเนี่ย ซดแกงนี้เข้าถึงกับหายเมา "น้ำใบเหลียงปั่น" (60 บาท) เครื่องดื่มสุขภาพที่นำใบเหลียงไปปั่นกับส้มจี๊ดและน้ำมะนาว ดื่มแล้วสดชื่นมากๆ   

  • จิบกาแฟ กลางทุ่งหญ้าเหมือนอยู่เมืองนอกที่ Dean & Deluca เขาใหญ่

    Dean & Deluca สาขานี้อยู่ภายในโครงการ AKAS เขาใหญ่ จะเป็น Pop-Up Cafe ตกแต่งในสไตล์อเมริกันทำอาหารบน Food Truck ส่วนที่นั่งทานอาหาร บรรยากาศชิวๆใกล้ชิดธรรมชาติล้อมรอบด้วยวิวภูเขาจะมานั่งจิบกาแฟหรืออ่านหนังสือชิวๆก็ยังได้เพราะคอนเซปท์ที่นี่ต้องการให้เป็นโอเอซิสที่สามารถมารับลมหนาวท่ามกลางบรรยากาศเขียวขจีของเขาใหญ่นั่นเองซึ่งเหมาะกับการมารับลมหนาวจริงๆโดยเฉพาะสายฮิปมุมถ่ายรูปกับดอกหญ้า โพสรูปทีเรียกไลก์รัวๆเลยค่ะGrilled Chicken Caesar อกไก่ย่างมาบนผักสดกรอบและน้ำสลัดซีซาร์โฮมเมดอร่อยได้สุขภาพ Khao Yai Cheese Burger เบอร์เกอร์เนื้อเป็นเนื้อไทย-วากิว ที่คนรักเนื้อห้ามพลาดเมนูนี้!!! All American Breakfast Griddle ชุดอาหารเช้าแบบอเมริกัน ที่จะมีทั้งไข่ดาว แฮม เบคอน เมนูเดียวอิ่มท้องเอาอยู่ Khao Yai Tropical Pancakes แพนเค้กที่จะมีผลไม้ถึง 4 ชนิดด้วยกัน มะม่วง สับปะรด กล้วย และสตอว์เบอร์รี่ ราดด้วย Maple Syrup เพิ่มความหอมหวาน อาหารก็จัดว่าเด็ดไม่แพ้กันแนะนำว่าให้รีบมาด่วน!! เพราะมีถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้เท่านั้น!!

  • Mikan Sushi ซูชิสุดพรีเมี่ยม

    แค่เดินเข้ามาในร้านก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น บรรยากาศตกแต่งด้วยโทนไม้ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง แต่สะดุดตาคือวัตถุดิบโชว์ในตู้ สดมาก พรีเมียมจริงๆ เจ้าของร้านคนสวยอย่างน้องเซน เมจกา คอนเฟิร์มความสดใหม่วัตถุดิบส่งตรงจากญี่ปุ่น คุณเซนเล่าจุดเริ่มต้นของร้านนี้“ คือทางเซนและหุ้นส่วนชอบกินอาหารญี่ปุ่นกันมากค่ะ ก็เลยมีความคิดว่าอยากเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นที่อร่อยทุกเมนู มาที่ร้านเดียวสามารถเลือกกินได้ทั้งซูชิ ซาซิมิ อุด้ง โรล ทุกอย่างที่เป็นอาหารญี่ปุ่นค่ะ วัตถุส่วนใหญ่มาจากหลายที่ทั้งญี่ปุ่น นอร์เวย์ ออสเตรเลีย แคนาดา เพราะวัตถุดิบแต่ละชนิดจะดีต่างกัน ก็เลยต้องเลือกมาจากหลายประเทศค่ะ ”ที่มา Mikan แปลว่าส้ม ถือว่าส้มเป็นผลไม้มงคลและเมื่อพูดถึงอาหารญี่ปุ่นก็ต้องนึกถึงปลาแซลมอนซึ่งเนื้อก็มีสีส้มเหมือนกันก็เลยเอาตั้งเป็นชื่อร้านเมนูเด็ดของร้าน คอซูชิถึงกับต้องร้องโอ้โห "10 kinds Sushi set" (940 บาท)  ประกอบด้วย หอยสังข์ กุ้งหวาน ปลาซาบะ ปลาแซลมอน  "ซาซิมิรวม" (เริ่มต้นคำละ 180 บาท) จะมีทั้งโอโทโร่ ชูโทโร่ ฮามาจิ หอยเชลล์ กุ้ง ไข่ปลาแซลมอน ไข่กุ้ง ไข่หอยเม่น ฯ "Kanzan Hotate Roll" (320 บาท) เป็นคาลิเฟอร์เนียโรลที่โรยหน้าด้วยหอยเชลล์ตัวเล็กชุบแป้งทอด "Hokkaido Ume Cheese" (160 บาท) เป็นชีสหลายตัวที่นำไปผสมกับบ๊วยสับปรุงด้วยเครื่องปรุงสูตรพิเศษของทางร้าน ทานคู่กับสาหร่ายย่าง เป็นเมนูโปรดของคุณเซนเอง "Lobster Sashimi + Tofu Nabe Set" เป็นล็อบเตอร์จากแคนาดาที่จะนำเนื้อมาทำเป็นซาซิมิ และก็นำส่วนตัวไปทำหม้อไฟนาเบะ "Hotate + มันปู + เห็ดเข็มทองย่าง" (880 บาท) จะเสิร์ฟมาพร้อมเตาให้ได้มาปิ้งย่างกันแบบสดๆถึงที่โต๊ะ โดยเฉพาะมันปู ย่างหอมๆ นุ่มละลายในปาก

  • ผูกปิ่นโตเมนูสุขภาพกับ Zozeen EateeBeautii Café

    ผูกปิ่นโตเมนูสุขภาพกับ Zozeen EateeBeautii Café มาดูแลสุขภาพให้กับตัวเองและคนที่คุณรักกันค่ะ Zozeen EateeBeautii Cafe ร้านอาหารสำหรับสายสุขภาพ สายเฮลตี้ สายคลีน ที่ทั้งสดและอร่อยกับหลากหลายเมนูไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า กลางวัน เย็น หรือของหวานแบบคลีนๆ ก็สามารถฝากท้องไว้ที่ร้าน คุณซีน ปัณณ์ญาณัช เจ้าของร้านและยังเป็น Healthy Blogger  คอยแนะนำและออกแบบอาหารที่เหมาะกับลูกค้าครบครันขนาดนี้ต้องมาลอง เริ่มกันที่ "Wrap Salad" (99 บาท) เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน แป้งผสมฟักทองและมันม่วง เหมาะกับคนที่แพ้กลูเตน ข้างในก็จะเป็นปลาและผัก มีให้เลือกถึง 7 ไส้"สเต็กอกไก่ยัดไส้ผักโขมแครนเบอรี่" (238 บาท) อกไก่ห่อผักโขม หอมใหญ่และแครนเบอรี่ เสิร์ฟคู่กับมันม่วงบดหวานๆ "ข้าวผัดปลาทู" (85 บาท) ที่ร้านจะใช้ข้าวกล้องนำไปผัดให้ไม่แห้งมาก ก่อนเสิร์ฟจะเหยาะน้ำปลาแบบ Low โซเดี่ยม ไปที่ขอบกระทะเพื่อให้ความหอมเพิ่ม "Super food bowl" (198 บาท) เมนูซุปเปอร์ฟู้ด ด้านล่างจะเป็นข้าวโอ๊ต ชั้นถัดมาจะเป็นสมูทตี้เบอร์รี่ โรยด้วยธัญพืชเช่น Cacao บลูเบอร์รี่ เกสรผึ้ง มะพร้าวอบแห้ง อาหารสุขภาพไม่ได้มีแค่ผัก ปลา ที่นี่ยังมี "โทสต์พีนัทบัตเตอร์" (175 บาท) ขนมปังโฮทวีตจะเป็นแบบที่ไม่ใส่เนย ส่วนตัวซอสจะเป็นเนยถั่วที่ร้านผสมเองแล้วท็อปด้วยกล้วย ยกให้จานนี้เป็นเมนูแคลอรี่ต่ำถูกใจสาวกขนมหวาน

  • เปรี้ยวปาก เช็คอิน ฉลองยิ่งใหญ่ 14 ปี ! จัดงาน ‘Preawpak Festival 2018’

    เปรี้ยวปาก เช็คอิน ฉลองยิ่งใหญ่ 14 ปี! จัดงาน ‘Preawpak Festival 2018’ ขนทัพร้านอร่อยตามรอยเปรี้ยวปาก มากกว่า 50 ร้านค้า อาทิ ร้านตะบันตำ ร้านติ่งเกาหลี ร้านฮิตติดเทรนด์ CHUB N’ CHEW รวมถึงร้านศิลปินดาราเพียบ นำทัพโดยสองพิธีกรคู่ซี้ จอย รินลณี และ เต๋อ ฉันทวิชช์ กิน ช็อป ชิลล์ และพบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ เอิ๊ต ภัทรวี อิ้งค์ วรันธร แหนม รณเดช! งานนี้มีรางวัลให้ลุ้นกันด้วยนะจ๊ะ ห้ามพลาด !! แล้วพบกัน วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2561 – วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤษภาคม 2561 เวลา 11.00 – 22.00 น. ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ * ไม่ต้องไปหลายที่ก็ได้กิน เพราะเปรี้ยวปาก รวบรวมมาให้คุณไว้ที่นี่แล้ว 

  • Forest Bake ดินแดนขนมอบสไตล์โฮมเมด

    จากสูตรขนมอบในบ้านกลายเป็นร้านสไตล์โฮมเมดอย่าง "Forest Bake" ร้านเบเกอรี่น่ารักๆอบอวลไปด้วยกลิ่นขนมอบท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาเหมือนในเทพนิยาย ที่หอมกลิ่นขนมอบขนาดนี้เป็นเพราะครัวอยู่ด้านหลังร้านนั่นเอง อบเสร็จใหม่ๆหอมๆก็ออกมาวางขายที่หน้าร้านเลยคุณลิน-นลินา เจ้าของร้านก็เป็นถึง Food Stylist การรันตีเรื่องความสวยงามและความอร่อยก็ไม่แพ้กัน จากสูตรขนมอบฝีมือคุณป้าและคุณแม่เค้กที่นี่ไม่ใช่แค่สวยเท่านั้น แต่ได้รับการใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งวัตถุดิบ รสชาติ และหน้าตาของอาหาร"Multigraing Loaf" ขนมปังธัญพืช มีทั้งงาดำ ข้าวบาร์เล่ย์ และธัญพืชอื่นๆอีกมากมาย ทานคู่กับ "Strawberry & Peach Jam" แยมสตรอเบอรี่ผสมพีชโฮมเมด หอม หวาน"Custard Cake Set" คัสตาร์ดเสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาล ทานคู่กับไอศกรีมเชอร์เบทอัญชันมะนาว"Sticky Bun" ขนมปังท็อปด้วยคาราเมลโรยถั่ว"Fox Tales Carrot Cake" เค้กแครอทผสมครีมชีส ด้านบนมีผลไม้อบแห้ง

  • The Hass Bistro สาวกอะโวคาโดต้องร้องว้าว

    สายสุขภาพต้องห้ามพลาดกับร้าน "The Hass Bistro" ร้านสำหรับคนเลิฟอะโวคาโด อะโวคาโดถือเป็น Super Fruit ที่มีประโยชน์มากมายและมีไขมันดีช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย ในร้านมีทั้งอะโวคาโดสดและหลากหลายเมนูที่ทำจากอะโวคาโด รับรองว่าอร่อย ไม่เลี่ยนและมีประโยชน์แน่นอนชื่อร้าน "The Hass Bistro" นั้นมาจากพันธุ์อะโวคาโดชื่อ Hass ที่ได้รับความนิยม มีรสชาติหวาน มันที่สุด เจ้าของร้านจึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านเก๋ๆนั่นเองร้านตั้งอยู่สุขุมวิท 49 แค่เข้ามาในร้านก็รู้สึกถึงบรรยากาศสบายๆ แต่อบอุ่น และยังมีโซนบาร์น้ำผลไม้อีกด้วย"Avoburger" เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ใครมาที่ร้านต้องสั่งแน่นอน เป็นเมนูเบอร์เกอร์ที่ใช้เนื้ออะโวคาโดล้วนๆมาแทนขนมปัง"DIY Guacamole" ถ้ามาทานที่ร้านจะมีครกมาให้ เราสามารถผสมวัตถุดิบเข้าด้วยกันแล้วก็ทานได้ด้วยตัวเอง วัตถุดิบมีทั้ง อะโวคาโด หอม ผักชี และมะเขือเทศ ทานคู่กับชิป"Spicy Salmon Sald""Veggie Noodle with Pesto Sauce" เส้นทำมาจากแครอท และเส้นซูกินี ทานกับซอสเพสโต้"Tofu Steak with Chimichurri Avocado"ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานที่ทำจากอะโวคาโด  "Avocado Cheese Cake with Avocado Sauce"

  • Seoulcial Club คาเฟ่ใหม่ใจกลางสยาม

    ใครที่กำลังมองหาคาเฟ่เก๋ๆ ถ่ายรูปสวย ขนมอร่อย ที่สายเกาหลีต้องชอบ "Seoulcial Club" คาเฟ่เกาหลีสุดฟรุ้งฟริ้งใจกลางสยามสแควร์ รับรองว่าถูกใจสายเกาหลีชาวไทยแน่นอน บรรยากาศก็ดี มุมถ่ายรูปก็เพียบ จะถ่ายรูปชิคๆ คูลๆก็ได้แบบสบายๆนอกจากสายเกาหลีที่ห้ามพลาดแล้วคอกาแฟก็ห้ามพลาดเช่นกัน เพราะทางร้านถึงขั้นสั่งทำเครื่องกาแฟยี่ห้อ Mavam สีทองจากเมืองซีแอทเทิลเป็นเครื่องแรกของไทยที่คอกาแฟสาย Specialty Coffee ชั้นดีต้องห้ามพลาด"Very Dirty Coffee" เอสเพรสโซ่ช็อตผสมนม ท็อปด้วยครีมเย็นๆโรยดาร์กช็อคโกแลต"Purple Potato Milk""Strawberry Milk" นมฮอกไกโดผสมซอสสตรอเบอรี่โฮมเมด"Chocolate Marshmallow" ด้านล่างเป็นดาร์คช็อคโกแลตเข้มข้น ท็อปด้วยมาร์ชเมลโล่ที่ไม่หวานมาก เป็นความหวานและขมที่เข้ากันอย่างลงตัว"24K Magic" กาแฟคาปูชิโน่ แปะด้วยทอง 24K ที่ทานได้ ดูหรูหรา ไฮโซมากๆ"Pink Croissant" ไส้ด้านในเป็นราสเบอร์รี่ผสมสตรอเบอร์รี่"Chocolate Mascarpone Cake""Fresh Strawberry Cheese Pie"เมนูขนมหวานของที่นี่นอกจากหน้าดีแล้วยังรสชาติดีเกินคาด ใครมาสยามอย่าลืมแวะมาร้าน "Seoulcial Club" ที่สยามซอย 3 กันนะคะ

  • ่ครึ่งวันทริป ตลาดน้อย ร้อยกว่ารูป

    วันนี้แอดเจน กับแอดนุ่ม ชวนกันมาหามุมถ่ายรูปที่ #ตลาดน้อย งานนี้สองสาวเค้า Acting กันไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ เลยได้มาเบาๆ 4 - 500 รูป แต่แอดจ้อยขอคัดมาเฉพาะอันที่พอดูได้ให้ชมแล้วกันนะคะ นัดนี้แก๊งเราเดินทางมาด้วย MRT ลงที่สถานีหัวลำโพง แล้วต่อรถมาที่ตลาดน้อยเลยจ้า 10.00 น. เวลากำลังดีกับการนัดกันของทริปนี้ ทุกคนมาพร้อมรวมตัวกับที่โฮสเทลเล็กๆ ตรงหน้าปากซอยเจริญกรุง 22 วันนี้ถือว่าแดดดีทีเดียว มีครึ้มบ้างแต่ใจสู้ซะอย่าง ลุยค่ะ! เราเริ่มลั่น Shutter กันตั้งแต่หน้าปากซอย ที่ตลาดน้อยจะเป็นตึกแถวแบบโบราณ เหมือนที่เราเคยดูในละครพีเรียท เดินผ่านมาเห็นประตูบ้านสีวินเทจแบบนี้ เลยต้องขอถ่ายเก็บไว้หน่อยค่ะ 10.10 น. เดินเข้ามาอีกหน่อย ก็เจอกับร้านกะหรี่ปั๊บเจ้าดัง “คุณปุ๊กะหรี่ปั๊บ” ที่ใจดีหอบกระหรี่ปั๊บให้ทีมงานมา 1 กล่องใหญ่ และขนมเทียนอีกคนละ 2 ชิ้นให้ลองชิมกัน - แอดบอกแบบไม่อวยเลยว่า กะหรี่ปั๊บเค้าดีจริงๆ กรอบนอก อร่อยไส้ ไม่อมน้ำมัน ทานได้เรื่อยๆ -10.30 น. พวกเราโอ้เอ้ เดินถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ จะสุดซอยเจริญกรุง 22 (ก็จะเป็นซอยวานิช 2) ถ้าเราเลี้ยวขวา ก็จะเจอกับภาพวาดมุมฮิตอีกมุมที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูปกัน แต่ถ้าเลี้ยวซ้าย ก็จะเจอกับ ร้านเป็ดตุ๋นเจ้าท่า ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นร้านฮิตที่ใครมาต้องแวะกินจุดหมายของเราคือฝั่งตรงข้ามกับร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด จะเป็นทางเข้าของ “ศาลเจ้าฮ้อนหว่องกุง” หรือ “ศาลเจ้าโรงเกือก” ค่ะ จุดนี้คืออีกจุดพีคของที่นี่ ที่เราจะได้ถ่ายรูปแบบฮิพๆ กับภาพวาด Street Art ที่สะท้อนความเป็นตลาดน้อย เป็นทางยาวเกือบถึงทางเข้าศาลเจ้าเลยที่อยู่สุดซอยเลยทีเดียว  - กว่าจะถึงวัด ....-10.50 น. หลังจากไหว้ขอพร เทพเจ้าในศาลเจ้าแล้ว ก็ขอเก็บภาพบรรยากาศหน่อย เพราะศาลเจ้าที่นี่ อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดีมาก11.10 น. ออกมาจากศาลเจ้า เดินตรงตามทางเลี้ยวลัดต่ออีกหน่อย จะเจอกับ “บ้านโซวเฮงไถ่” คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ ที่มีสระน้ำโดดเด่นอยู่กลางบ้าน เป็นอีกหนึ่งจุดที่ใครๆ ก็ต้องมา  เข้าไปอย่าลืมอุดหนุนเครื่องดื่มอย่างน้อยคนละ 1 แก้วนะคะ บอกเลยว่าเครื่องดื่มที่นี่ เติมความสดชื่นได้ดีจริงๆ แถมยังได้พักถ่ายรูปในนี้ได้อีกเป็นร้อย โดยเฉพาะมุมสระน้ำนี่แหละค่ะ12.00 น. เที่ยงตรงเป๊ะ แอดเจนต้องทานข้าวให้ตรงเวลา พวกเราเลยได้ทานเป็ดตุ๋นเจ้าท่าคนละชามสองชาม ก่อนที่จะขึ้นเรือที่ #ท่าเรือกรมเจ้าท่า แยกย้ายกัน แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าน๊า! คุณปุ๊ กะหรี่ปั๊บ ณ ตลาดน้อย ชิ้นละ 8 บาท มี 6 ไส้ด้วยกัน คือ ไส้ไก่ , เผือก , ถั่วหวาน , ถั่วเค็ม , สับปะรด , มะพร้าว โทร 0 2237 5425 , 08 0602 2055 #บ้านโซวเฮงไถ่ คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ เปิดอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

  • เดินชิลเมืองเก่าแวะถ่ายรูปชิคๆที่ Street Art สวรรคโลก

    "Street Art สวรรคโลก" แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของสุโขทัยอยู่ที่ถนนกลางเมือง มีภาพสตรีอาร์ตตามผนังบ้านเรือนสวยๆมากมายที่ถูกสร้างสรรค์โดยศิลปินอาร์ตชั้นนำของเมืองไทยและต่างชาติ แต่ละภาพจะมีสตอรี่เพราะเป็นหนึ่งในโครงการ Experiencing Asian Pop Culture ที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวแถบภูมิภาคอาเซียนที่หลงเสน่ห์งานอาร์ตเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยกัน"ภาพนักสู้" วาดโดยศิลปินชาวสิงคโปร์ และบุคคลในภาพคือ "สลักจิต เทียนหิรัญ" นักมวยชื่อดังชาวไทย"ภาพสาวน้อยผู้มาไกลจากต่างแดน" ผลงานของศิลปินชาวมาเลเซีย ใกล้ๆบริเวณ Street Art มีร้านกาแฟเล็กๆอย่างร้าน "ไฮ้กาแฟ" ที่เก๋าและยืนหยัดมากว่า 60 ปีแล้ว ทั้งคนสวรรคโลกและนักท่องเที่ยวต่างมานั่งจิบกาแฟชิลๆสัมผัสบรรยากาศคลาสสิกดูภาพสตรีทอาร์ทได้แบบเพลินๆ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05.30-15.00 น. หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 08-9642-6362ใครมาสวรรคโลกอย่าลืมมาแวะถ่ายรูปชิคๆกันที่ "Street Art สวรรคโลก" บริเวณถนนกลางเมือง ย่านการค้าเก่า อ.สวรรคโลก

  • ห้องอาหารเชลียง อาหารไทยโบราณ ณ โรงแรมชินะปุระ จังหวัดพิษณุโลก

    ตามมาสัมผัสความอร่อยของอาหารไทยโบราณกันที่ "ห้องอาหารเชลียง โรงแรมชินะปุระ จังหวัดพิษณุโลก" กับหลากหลายอาหารโบราณด้วยฝีมือเชฟที่มีความถนัดในด้านอาหารไทยเป็นพิเศษ ทั้งรสชาติและการตกแต่งจานสวยงามจับตามากๆ "โรงแรมชินะปุระ หรือ Shinnabhura Historic Boutique Hotel"  โรงแรมเชิงท่องเที่ยวแนวประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพิษณุโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมาย ที่มาของชื่อโรงแรม "ชินะปุระ" มาจากคำว่า "ชิน" หมายถึง "พระพุทธเจ้า" หรือ "ผู้ชนะ" อีกนัยหนึ่งยังพ้องกับชื่อพระพุทธรูปสำคัญของเมืองพิษณุโลกนั่นคือ "ชินราช" ซึ่งหมายถึง "ราชาผู้ชนะกิลเลส" อีกด้วย ส่วนคำว่า "ปุระ" หมายถึง "เมือง" ดังนั้น ชินะปุระ จึงหมายถึง เมืองแห่งผู้ชนะ หรือ เมืองแห่งชินราช นั่นเอง"ห้องอาหารเชลียง" เปิดให้บริการทั้งอาหารเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ อาหารแต่ละเมนูล้วนถูกคัดสรรมาแล้วจากเชฟที่มีความถนัดในด้านอาหารไทยเป็นพิเศษรอบเช้าเปิดตั้งแต่เวลา 6.30-10.30 น.รอบกลางวันเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-17.00 น.รอบเย็นเปิดตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น."เมี่ยงคำกลีบบัวหลวง""ยำส้มโอกุ้งแม่น้ำสองแคว""ยำมังคุดมหาเทวี""กรกฎสองทัพ""หัวปลีทอดกรอบกุ้งสดน้ำยำทรงเครื่อง""โรงแรมชินะปุระ พิษณุโลก" ตั้งอยู่บน ถ.สีหราชเดโชชัย อ.เมืองพิษณุโลก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-5521-9888

  • บ้านเบญจมาศ ตำรับความอร่อย อาหารไทยชาววัง

    เปรี้ยวปากขอพาทุกคนมาลิ้มรสตำรับอาหารไทยชาววังในบรรยากาศแห่งยุคสยามกันที่ร้าน "บ้านเบญจมาศ" ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตคนไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 เมนูต่างๆก็สวยงามประณีตสุดๆและแต่ละเมนูผ่านการคัดสรรมาจากฝีมือเชฟรางวัลการันตีการแข่งขันโอลิมปิก "ร้านบ้านเบญจมาศ" ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารสไตล์โคโลเนียลสีครีมนวลตา ตัดกับซุ้มประตูโค้งด้านหน้าตึกซึ่งเก๋ไก๋โดดเด่นมากเข้ามาภายในร้านก็มีพนักงานของร้านที่แต่งชุดไทยประยุกต์ นุ่งโจงกระเบนคอยต้อนรับพร้อมส่งรอยยิ้ม ส่วนเมนูก็สวยงามประณีตเหมาะมานั่งฟังเพลงเคล้าไปกับการทานอาหารที่แสนละเมียดละไม"ข้าวปรุงน้ำพริกเจ้าจอม (350 บาท)" เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือเสิร์ฟคู่กับแซลมอน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสูตรน้ำพริกลงเรือของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาลที่ 5"ส้มฉุนกรุ่นกลิ่นส้มซ่า (140 บาท)" เมนูของหวานหาทานยากเสิร์ฟมาในโถแก้วอย่างสวยงาม เป็นผลไม้ลอยแก้วที่ทำจากผลไม้ไทยตามฤดูกาล แล้วนำมาปรุงด้วยน้ำเชื่อมกลิ่นผิวส้มซ่าทานคู่กับน้ำแข็งทุบละเอียด หวานเย็นชื่นใจ"ข้าวมันไก่ฝรั่งเศส (320 บาท)" เป็นเมนูที่ผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและวัฒนธรรมตะวันตก"แกงพะแนงเป็ดรมควันใส่ผลไม้ (390 บาท)" แกงพะแนงปรุงจากพริกแกงสดใหม่ทุกวัน ใส่เนื้ออกเป็ดรมควันเนื้อแน่นและผลไม้ไทยอย่างลิ้นจี่"พุดดิ้งกล้วยโอชารส (180 บาท)" พุดดิ้งสไตล์ไทยที่ทำจากกล้วย ทานคู่กับซอสน้ำดอกกุหลาบรสเปรี้ยวอมหวาน เนื้อพุดดิ้งนุ่มละลายในปากตามมาชิมและชมความงามของตำรับอาหารไทยชาววังได้ที่ "ร้านบ้านเบญจมาศ" ตั้งอยู่ใน ซ.อารีย์ 1 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2279-8055

  • Coco Cabana Cafe

    อยู่ไทยยังไงให้เหมือน ได้ไปบาหลี? ไปที่นี่ไงจ๊ะ Coco Cabana Café สยามนี่เอง! ที่เดียวครบจบในตัว feel like ฮาวาย บาหลี เครื่องดื่มสดชื่นมีสไตล์ ขนมหวานๆ มีท็อปปิ้งให้เลือกมากมาย มาในถ้วยเก๋ๆ แบบริมหาด แถมยังแพ็คคู่อยู่กับร้านเสื้อผ้า สายสวย สาวๆ ชาวเล ชุดพริ้ว กระเป๋า หมวก เครื่องประดับ ชุดว่ายน้ำ ผ้านั่งชายหาด👗👙 👒 ทะเลจบๆ ไปเลยจ้ะเมนูแนะนำ น้ำส้ม แท้ 100% ใส่ไข่มุกบุก น้ำตาลสด ไอศกรีมมะพร้าวหอมชื่นใจ ซื้อเครื่องดื่มเสร็จ ถ่ายรูปวนไปเท่าไหร่ก็ได้ ช็อปต่อให้หนำใจ

  • Muji - สามย่าน มิตรทาวน์

    เปิดวาร์ป #มูจิสาขาสามย่านมิตรทาวน์ ใหญ่ที่สุดในไทย ของเยอะแค่ไหนไปส่องกัน เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรเลยจ้า แบ่ง Zone เป็นสัดเป็นส่วน #LivingRoom โซนมุมนั่งเล่น ด้วยเฟอร์นิเจอร์ และของใช้มูจิ ที่แต่ละชิ้นเน้นตอบโจทย์การใช้งาน ดีไซน์สไตล์มินิมอลน่านั่ง น่านอน #MUJIGreen โซนต้นไม้ พร้อมอุปกรณ์ทำสวนสุดน่ารัก #Bicycle โซนจักรยานที่ดูคลาสสิคเรียบง่ายสไตล์มูจิ #MujiCafé โซนนี้ถือเป็นโซนที่ฮือฮาชาวไทยมาก คาเฟ่มูจิสาขาแรกในไทยมีทั้งเครื่องดื่ม และเบเกอร์รี่ #MUJIBooks มีหนังสือให้เลือกอ่านเยอะมาก เหมือนห้องสมุดย่อมๆ เลยก็ว่าได้ อ่านไป จิบกาแฟไปได้ความเพลิดเพลิน พร้อมมุมแสดงโปสเตอร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ตั้งแต่ก่อตั้ง #InteriorConsultationService มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเรื่องการตกแต่งภายใน แถมยังมีบริการวางผังเฟอร์นิเจอร์แบบสี 3D #MUJILabo โซนเสื้อผ้าที่ใส่ร่วมกันได้ทั้งชายและหญิง #ReMUJI โซนที่นำสินค้าเครื่องแต่งกายคอลเลกชั่นเก่า มาย้อมสีผลิตใหม่ เป็นการลดขยะFYI : สาขานี้มีบริการ #ตัดขากางเกงฟรี, #MUJIYourself ออกแบบลวดลายบนสินค้าด้วยตัวเอง,#EmbroideryService ปักลาย ตัวอักษรบนเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า ฯลฯ ได้กว่า 200 ดีไซน์

  • Peculiar Café

    Peculiar Café (พิคิวเลียร์ แกลเลอรี แอนด์ คาเฟ่) คาเฟ่เล็กๆ ในบ้านย่านวัชรพลที่มาพร้อมคอนเซปต์ Hidden home cafe ลึกลับ และแปลกตามชื่อร้าน แต่ลงตัวด้วยบรรดาของตกแต่งสะสมของเจ้าของร้าน ใครมาก็เหมือนมาเยือนพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว สัตว์สตัฟฟ์สวยๆ เฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ มุมถ่ายรูปและพร็อบให้ยืมแน่นมาก และนอกจากเจ้าของร้านที่น่ารักใจดีเป็นกันเองแล้ว ยังมีเจ้าบ้านอีกสองตัว ได้แก่ เจ้าMaggieแม็กกี้ และ เจ้า Balmain น้องหมาน้องแมวสุดน่ารักคอยต้อนรับอีกด้วยเมนูแนะนำ- Peculiar Jade (135 บาท) ความลงตัวของเครื่องดื่มชาเขียว กาแฟ นมและลอดช่องวัดเจษฯ อร่อยนัวมาก - Peculiar Jardin (130 บาท) เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำส้มยูซุ น้ำผึ้ง เลมอนเข้ากันกับผลเบอร์รีที่โรยท็อปปิ้ง แก้วนี้สาวๆ ต้องชอบ - Choco Mint (115 บาท) ช็อกโกแลตปั่นในแก้วมิ้นต์กลิ่นหอมเย็นๆ หวานสดชื่น - Basque Burnt Cheesecake (180 บาท) ชีสเค้กสเปน หวานเข้มข้น เนื้อแน่น - Homemade Brownie (75 บาท) ช็อกโกแลตเข้มข้น เนื้อบราวนี่นุ่ม  💚FYI : เนื่องจากร้านมีขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นบ้านส่วนตัวและอยู่ในหมู่บ้าน ก่อนไปแนะนำให้โทรสอบถามจำนวนที่นั่งก่อน ส่วนเมนูขนมของร้านจะเปลี่ยนไปตามซีซั่นนะจ๊ะ

  • สามย่านมิตรทาวน์ กับโซน 24 ชั่วโมง แหล่งรวมของสุดชิคใจกลางกรุง

    "สามย่านมิตรทาวน์" แลนด์มาร์คแห่งใหม่สุดจัดจ้านในสามย่าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างครบครันกับ "โซน 24 ชั่วโมง" ที่รวบรวมร้านอร่อยๆ และ Co-working Space มาไว้ในที่เดียว แถมยังเดินทางสะดวกมีรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อมาถึงด้านในเลยที่ "สามย่านมิตรทาวน์" เดินทางสะดวกสบาายมีทั้งรถโดยารประจำทาง, รถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า MRT โดยลงที่สถานีสามย่าน จะมีมุมฮิต ถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ทุกคนที่มาต้องแวะมาถ่ายรูปอย่าง "อุโมงค์อวกาศ" ทางเดินกว่า 100 เมตร ที่เป็นอุโมงค์ปูนเปลือยช่วงกลางทางเดินช่วงหนึ่งจะเป็นพื้นกระจกให้มองเห็นด้านล่างได้ ซึ่งอุโมงค์นี้จะเชื่อมจากสถานีสามย่านมายังสามย่านมิตรทาวน์เลยภายในศูนย์การค้ามีทั้งหมด 5 ชั้น และชั้นใต้ดินอีกหนึ่งชั้น และโซนไฮไลท์สำหรับที่นี่เลยคือ "โซน 24 ชั่วโมง" แหล่งรวมทั้งร้านอาหารอย่าง เคเอฟซี, ชาบูชิ, สตาร์บัคส์, คาเฟ่ อเมซอน, สเวนเซ่นส์ และอื่นๆ อีกมากมายอีกหนึ่งความน่าสนใจของที่นี่คือ "SAMYAN CO-OP" Co-Learning Space เปิดให้บริการฟรี 24 ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ชั้น 2 ถึง ชั้น 3 ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งร้านกาแฟ ห้องน้ำ ห้องทำงานส่วนตัว แถมยังมีปลั๊กไฟและ Wi-Fi อีกด้วย หากใครสนใจเพียงแค่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้"MEDIUM and More" แหล่งรวมอุปกรณ์ศิลปะ งานประดิษฐ์ และงานฝีมือแบบที่ไม่เหมือนใคร แล้วยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปงานคราฟต์โดยผู้เชี่ยวชาญมากมายอีกด้วย"สามย่านมิตรทาวน์" ตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนพญาไท-พระราม 4 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00 น.โซน 24 ชั่วโมง เปิดบริการทุกวัน เวลา 00.00 - 23.59 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2764-6241

Follow us on INSTAGRAM