• เที่ยว ยามากาตะ เมืองคลาสสิก

    เปรี้ยวปากพาบินลัดฟ้ามาภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น วันนี้ขอพาทุกคนมาปักหมุดเที่ยวที่ จังหวัดยามากาตะ จังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของเชอร์รี่, แหล่งน้ำพุร้อน, และเสน่ห์ความเป็นชนบท ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีสวยราวกับภาพวาด “น้ำตกเซคิยามะ (Sekiyama Otaki)” อยู่ในเมืองฮิกาชินะ หลังจุด Drive in ใกล้กับอุโมงค์เซกิกายะทางหลวงหมายเลข 48 ทางเข้าจะมีร้านอาหารท้องถิ่นด้วย หลังจากเที่ยวน้ำตกก็มาทานอาหารกันที่ร้าน “Otaki Drive-in Izumiya” ที่นี่จะเป็นอาหารเซ็ททานง่าย มีทั้งโอเด้งและขนมดังโงะด้วย อาหารเซ็ทขึ้นชื่อของที่นี่เลยก็คือ “เซ็ทโอตาคิ วาเตะโชคุ” ซึ่งไฮไลท์ของเซ็ทนี้ก็คือ ปลาอิวานะย่าง ปลาขึ้นชื่อของยามากาตะ ในเซ็ทจะมีทั้งเทมปุระ, ซุป, และเครื่องเคียงผักดองต่างๆ ส่วนขนมที่เป็นดังโงะจะมีเป็น "ถั่วซึนดะ" ซึ่งจะคล้ายๆ กับถั่วแระ แล้วก็จะมีงาดำและวอลนัท ทานอาหารคาวกันจนอิ่มขอมาแวะซื้อขนมปังไปนั่งทานชิลๆ กันที่สวนสาธารณะ Kajo ซึ่งร้านที่เปรี้ยวปากจะพามาก็คือ "ร้าน CYBELE" ที่มีทั้งขนมปังปกติและขนมปังตามฤดูกาล เช่น ฤดูใบไม้ร่วงจะมีขนมปังเกาลัด เป็นต้น ช้อปขนมปังกันจนพอแล้วมาปิคนิคกันต่อที่ "สวนสาธารณะ Kajo (Kajo Park)" ที่คนจะนิยมมานั่งปิคนิคกันช่วงดอกซากุระบาน แต่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้เปลี่ยนสีก็ได้รับความนิยมและสวยไม่แพ้กัน เดินมาจากสถานียามากาตะเพียงแค่ 10 นาทีก็ถึงแล้ว สวนสาธารณะ Kajo เป็นส่วนสาธารณะที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของญี่ปุ่น ในอดีตสวนนี้เป็นที่ตั้งของปราสาทยามากาตะซึ่งในแต่ละฤดูจะสวยงามแตกต่างกันออกไป "Ginzan Onsen" เมืองน้ำพุร้อนที่เงียบสงบในจังหวัดยามากาตะ มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นว่าเป็นเมืองออนเซ็นที่งดงามที่สุด เสน่ห์ของเมืองออนเซ็นแห่งนี้เต็มไปด้วยความคลาสสิกของเรียวกังที่เก่าแก่และนักท่องเที่ยวที่แต่งกายใส่ยูกาตะราวกับว่าย้อนยุคไปในสมัยต้นศตวรรษที่ 20 ที่นี่เป็นหมู่บ้านออนเซ็นกลางหุบเขา ตั้งอยู่ในเมืองโอบานาซาวะ(Obanazawa) เป็นหมู่บ้านเรียวกังที่คงความคลาสสิกเอาไว้ และมีคลองเล็กๆ ไหลอยู่กลางหมู่บ้าน ในอดีตตรงหมู่บ้านเคยเป็นเหมืองเงินขนาดใหญ่ เรียวกังแบบไม้สไตล์ตะวันตกจึงเริ่มมาสร้างเมื่อปลายยุคไทโชถึงยุคโชวะ ซึ่งในยุคโชวะมีน้ำร้อนผุดขึ้นมาทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งแช่ออนเซ็นที่มีชื่อเสียง เดินชมความงามรอบหมู่บ้านจนอิ่มหนำก็เข้ามาหลบความหนาวสัมผัสไออุ่นกันที่คาเฟ่เล็กๆ น่ารักอย่าง "ร้าน Crie"  "Yaki Coco" เมนูไฮไลท์ของร้าน ยิ่งเดินมาหนาวๆ มาดื่มโกโก้ร้อนๆ คู่กับมาร์ชแมลโลว์ย่าง ช่วยให้อุ่นขึ้นได้เยอะอีกหนึ่งร้านห้ามพลาดสำหรับสายแกงกะหรี่ "Haikarasan's Currybread" ร้านขนมปังแกงกะหรี่ที่สามารถเดินทานได้เลย แป้งกรอบๆ หวานๆ ไส้ด้านในเป็นแกงกะหรี่รสชาติกำลังดี มาในราคาชิ้นละ 230 เยนเดินมาถึงท้ายหมู่บ้านจะมี "น้ำตกชิโรกาเนะ (Shirohige)" และด้านในน้ำตกเคยเป็นประตูทางเข้าเหมืองเงินอีกด้วย และอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่คือการแช่ออนเซ็น ที่นี่มีทั้งออนเซ็นแบบส่วนตัวและออนเซ็นแบบสาธารณะ ซึ่งออนเซ็นสาธารณะจะเป็นเหมือนการสปาเท้าระหว่างการแช่ออนเซ็นหรือเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้านสามารถซื้อเต้าหู้อร่อยๆ มาทานแก้หนาวกันได้จากที่ร้าน "Nagawa Tofu" เป็นเต้าหู้เก่าแก่กว่า 100 ปีแล้วสรุป 4 อย่างห้ามพลาดเมื่อมาที่ "กินซันออนเซ็น(Ginzan Onsen)" คือ1. สวมชุดยูกาตะเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้าน2. เที่ยวน้ำตก3. พักค้างคืนที่เรียวกัง4. แช่ออนเซ็น พร้อมจิบเครื่องดื่มร้อนๆ

    Travel

    Japan

  • หลงเสน่ห์ อะคิตะ เมืองซามูไร

    เปรี้ยวปากจะพาทุกคนไปสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมและความหลากหลายทางธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกันที่ "เมืองอะคิตะ" ภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชู และถือว่าเป็นอัญมณีเม็ดงามแห่งโทโฮคุ การเดินทางมาจังหวัดอะคิตะ จากโตเกียวและเซนได นั่งรถไฟชินคันเซ็นสายอะคิตะ(Akita Shinkansen) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเมื่อมาถึงจังหวัดอะคิตะเช็คลิสต์แรกที่ต้องมาเลยก็คือ "หมู่บ้านซามูไร (Kakunodate)"  หมู่บ้านเก่าแก่อายุเกือบ 400 ปี ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนของเหล่าซามูไรในอดีตเอาไว้ และได้รับฉายาว่าเป็น "Little Kyoto"ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี หมู่บ้านซามูไร (Kakunodate) ถือเป็นจุดชมซากุระที่ได้รับความนิยมที่สุดในโทโฮคุหากใครสนใจนั่งรถลากชมหมู่บ้านซามูไรก็มีบริการอีกด้วย ค่าบริการรถลากเที่ยวชมหมู่บ้าน 15 นาที 3,000 เยน / 30 นาที 5,000 เยน / 60 นาที 9,000 เยน หรือสนใจเช่าชุดกิโมโนเดินเล่นรอบหมู่บ้านก็ ราคาคนละ 4,400 เยน สามารถเดินเล่นได้ทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น."เรือนหลังใหญ่ของตระกูลอาโอยากิ(Aoyagi Samurai Manor Museum)" เป็นหนึ่งในหกบ้านซามูไรที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ซึ่งเรือนของตระกูลอาโอยากิหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1860ตระกูลอาโอยากิมีบทบาทสำคัญทางด้านการทหารของเมืองคาคุโนดาเตะมากจนเจ้าเมืองอนุญาตให้ตระกูลนี้สร้างซุ้มประตูเพื่อเป็นรางวัลแสดงถึงความสามารถของตระกูลเรือนหลังใหญ่ของตระกูลอาโอยากิถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวิถีชีวิตของชาวซามูไรในยุครุ่งเรืองผ่านข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า เสื้อเกราะซามูไร อาวุธต่างๆ ภายนบ้านจะแบ่งออกเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร ร้านขายของ ห้องจิบชา และสวนสวยๆ เดินเที่ยวกันจนเหนื่องต้องแวะมาหาอะไรทานกันสักหน่อยมาถึงอะคิตะทั้งทีต้องลองมาทานอุด้งที่ร้าน "Inaniwa Koraido Aoyanagike" เป็นร้านที่ติด 1 ใน 3 ของเส้นอุด้ง ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งร้านนี้ก็อยู่ในบ้านอาโอยากินั่นเองInaniwa Tempura Udon Noodle อุด้งร้อนInaniwa Tempura Udon Noodle อูด้งแบบเย็น ซึ่งตัวเส้นอูด้งจะมีสีชมพูนิดๆ เพราะผสมผงซากุระลงไปด้วยเส้นอุด้งของที่นี่จะมีลักษณะแบนและเล็กกว่าปกติแต่มีความหนึบซึ่งเป็นเส้นอุด้งสไตล์อะคิตะไฮไลท์ของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของจังหวัดอะคิตะที่ต้องห้ามพลาดเลยก็คือ การนั่งรถไฟท่องเที่ยวชมวิวธรรมชาติสองข้างทาง เริ่มจากสถานีคะคุโนะดาเตะโดยนั่งรถไฟสายอะคิตะ นาอิริกุ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เต็มบนรถไฟที่จะได้เห็นความสวยงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมาขึ้นกระเช้ากันต่อที่ "ภูเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi)" ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในจังหวัดอะคิตะ ซึ่งสามารถเห็นความสสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีได้แบบ 360 องศา ในระดับความสูงจากพื้นดิน 1,454 เมตร นั่งชมวิวในกระเช้าแบบเพลินๆ ยาวไปถึง 20 นาทีเลย ค่าขึ้นกระเช้าเพียงคนละ 1,800 เยน ก็ได้เพลิดเพลินอย่างเต็มที่กับวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่มองเห็นทั่วภูเขาสามารถชมความสวยงามของยอดเขาโมริโยชิได้ 2 ฤดู คือ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และ ฤดูหนาว ที่นี่จะกลายเป็นลานสกีและชมความงามของ Snow Monsterมาถึงอะคิตะต้องอย่าลืมไปทักทายเจ้าถิ่นอย่าง "สุนัขพันธุ์อะคิตะ" ที่มีชื่อเสียงของที่นี่ เรียกว่าเป็นพระเอกกันเลยทีเดียว ไม่ว่านักท่องเที่ยวคนไหนก็ต้องแวะถ่ายรูปกับความน่ารักของเจ้าสุนัขพันธุ์อะคิตะอีกหนึ่งแลนด์มาร์คห้ามพลาดของอะคิตะคือ "ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa)" ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น ที่นี่ยังมีกิจกรรมพายเรือคายัคให้เหล่านักท่องเที่ยวได้ชมความงามรอบๆ ทะเลสาบ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการพายเรือคายัค คือช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ทะเลสาบทาซาวะมีความลึกถึง 432.4 เมตร จึงเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น และด้วยความลึกนี้ทำให้ฤดูหนาวทะเลสาบจึงไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง นอกจากนี้มีเรื่องเล่าขานกันว่าใครที่ได้มาดื่มน้ำในทะเลสาบ 3 อึก จะมีความงามที่เป็นอมตะ แต่ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อ "ทัตสึโกะ" ดื่มไปมากกว่า 3 อึก เทพเจ้าแห่งทะเลสาบโกรธมาก สาปให้เธอกลายเป็นมังกรเฝ้าทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งตำนานนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ "ยาสึตาเกะ ฟูนาโคชิ" หล่อรูปปั้นของหญิงสาวขึ้นมา กลายเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่ ในบริเวณนี้มีศาลเจ้าที่ยื่นออกไปในทะเลสาบให้มาขอพรกันอีกด้วย นั่นก็คือ "ศาลเจ้าอุคิกิ (Ukiki Shrine)" ศาลเจ้านิกายชินโตซึ่งคนนิยมมาขอพรเรื่องความสวยความงามกัน

    Travel

    Japan

  • สีสันแห่งมิยางิ ประเทศญี่ปุ่น

    วันนี้เปรี้ยวปากขอพาทุกคนบินลัดฟ้ามาสัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่นกัน เริ่มทริปกันที่ "จังหวัดมิยางิ" แหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโทโฮคุซึ่งเต็มไปด้วยสีสันของธรรมชาติและอาณาจักรแห่งวัตถุดิบที่มีซีฟู้ดเน้นๆเริ่มออกเดินทางมากันที่ "น้ำตกอะคิว (Akiu Otaki)" ซึ่งมีความสูงถึง 55 เมตร เป็น 1 ใน 3 ของน้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นหากมาในช่วง ปลายเดือนตุลาคม จนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน จะอยู่ในช่วงของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้บริเวณรอบๆ น้ำตกจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดง สวยงามสุดๆสำหรับการเดินทางมาน้ำตกอะคิว นั่งรถบัสจากสถานีรถไฟเซนไดใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็จะได้มาสัมผัสความสวยงามของน้ำตกแบบนี้เดินทางจากน้ำตกอะคิวมาเพียง 15 นาที ก็จะเจอจุดชมวิวสวยๆ อย่าง "สะพานโนโซกิบาชิ (Nozoki - Bashi Bridge)" อยู่ในหุบเขาไรไรเคียว (Rairaikyo Gorge) ทางทิศใต้ของเซนได ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดมิยางิ มีชื่อเสียงในด้านเกษตรและการประมงจุดไฮไลท์ในบริเวณสะพานโนโซกิบาชิก็คือ "แอ่งน้ำรูปหัวใจ (Nozokibashi Hear)" ที่มีความเชื่อว่าถ้ามากับคนรักแล้วมาขอพรจะทำให้รักแฮปปี้ เอนดิ้ง และเป็นจุดไฮไลท์ในการขอแต่งงานด้วยและบริเวณด้านหลังแอ่งน้ำรูปหัวใจยังมีลักษณะคล้ายๆ กับแกรนด์แคนยอนที่เป็นหิน เป็นธารน้ำสวยๆอีกหนึ่งสีสันของเมืองมิยางิก็คือการมาที่ "หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก (Zao Fox Village)" ซึ่งที่นี่จะปล่อยให้เหล่าสุนัขจิ้งจอกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่าไม้ เห็นสุนัขจิ้งจอกน่ารักแบบนี้ที่นี่จึงติดโพลในรีวิวเยอะแยะมากมาย ดังนั้นใครมาที่มิยางิต้องห้ามพลาดแวะมาเล่นกับน้องๆ สุนัขจิ้งจอก มีค่าเข้าชมคนละ 1,000 เยนอีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดถ้ามาที่หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกคือ การได้อุ้มเหล่าสุนัขจิ้งจอก ซึ่งจะมีเวลาอุ้ม 5 นาที ในราคา 600 เยนช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม เป็นฤดูกาลที่เหมาะในการชมสุนัขจิ้งจอก เพราะขนของสุนัขจิ้งจอกจะฟูปุกปุยและสวยงาม"หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก (Zao Fox Village)" อยู่ในเมืองซาโอะ จังหวัดมิยางิ สำหรับการเดินทางมายังหมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก นั่งรถบัสจากสถานีชิโรอิชิไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายได้มาใกล้ชิดกับน้องๆ สุนัขจิ้งจอกแบบฟินๆเมื่อมาถึงจังหวัดมิยางิจะได้เห็นสีสัน ความคึกคักของซีฟู้ดสดๆ จากอ่าวชิโอกามะ จากฝั่งทะเลมิยางิ โดยเฉพาะหอยนางรมและปลามากุโร่ เปรี้ยวปากจึงขอพาทุกคนมาที่ "ตลาดปลาชิโอกามะ (Shiogama Seafood Wholesale Market)" ศูนย์กลางค้าปลาที่คึกคักในโทโฮคุ มีทั้งร้านอาหารและของทะเลสดๆที่จังหวัดมิยางิ มีอ่าวใหญ่ๆ อยู่ 2 อ่าว คือ อ่าวชิโอกามะ และอ่าวมัตซึชิมะ เรียกได้ว่าเป็นดินแดนแห่งซีฟู้ดเลยเห็นซีฟู้ดสดๆ ละลานตาขนาดนี้ เดินทางมาจากสถานีชิโอกามะเพียง 15 นาทีก็ถึงตลาดปลาชิโอกามะแล้ว สามารถมาเดินเลือกปลาสดๆ กันได้แบบฟินๆ เลยละ

    Travel

    Japan

  • ไร่เหมือนจันทร์

    "ไร่เหมือนจันทร์" ฟาร์มเมล่อนอินทรีย์และสวนกล้วยไม้สวยๆ ที่รวมเมล่อนหลายสายพันธุ์เอาไว้ เช่น เอ็นเอส เป็นพันธุ์นำเข้าจากญี่ปุ่น มีทั้งพันธุ์เนื้อสีส้ม สีเขียว และสีทอง เมล่อนพันธุ์สีทองจะมีเนื้อที่กรอบ ด้วยการปลูกที่พิถีพิถันและความใส่ใจ เมล่อนจึงมีรสชาติหอมหวาน กรอบ นอกจากฟาร์มเมล่อนแล้วยังมี "เรือนกล้วยไม้" สวยๆ ไว้ให้ถ่ายรูปชิลๆ กันอีกด้วย ที่นี่จะมีกล้วยไม้เพียงสายพันธุ์เดียว คือ กล้วยไม้หวาย ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่ส่งออกนอกไปยังฮาวายอีกด้วยที่ไร่เหมือนจันทร์ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีก เช่น น้ำเมล่อนปั่น และเมล่อนสดๆ ให้ทานกันอีกด้วย ที่นี่ถือเป็นปอดในเมืองกรุงอีกแห่งเลยก็ว่าได้ จะมากันเป็นคู่หรือครอบครัวก็เหมาะมาก เรียกว่า ครบจบในที่เที่ยว ใครสายรักษ์โลกต้องมากันแล้วละ"ไร่เหมือนจันทร์" อยู่บนถนนเลียบคลองทวีวัฒนา เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. ติดต่อเพิ่มเติม โทร. 08-1808-2332

    Travel

    ฟาร์ม

  • มุมถ่ายรูปเก๋ๆ 3 สถานี MRT เปิดใหม่ เราไกด์มาให้แล้ว

    ช่วงวันหยุดถ้าใครยังไม่รู้จะไปไหนเปรี้ยวปากขอแนะนำมุมถ่ายรูปเก๋ๆทั้งในและนอกสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ขยายเพิ่มสถานีใหม่อย่าง "สถานีสามยอด", "สถานีวัดมังกร", "สถานีสนามไชย" "สถานีสามยอด" ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุงตัดกับถนนมหาไชย หรือที่เรียกกันว่าแยกสามยอด สถานีนี้ต้องห้ามพลาดมาแชะภาพกับอาคารสีเหลืองเขียวที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส "สถานีวัดมังกร" สถานีนี้ตกแต่งในสไตล์จีนให้เข้ากับบรรยากาศในบริเวณรอบๆสถานีอย่างเยาวราช แถมยังมีมุมฮิตไว้ถ่ายรูปเยอะมาก โดยเฉพาะมุมบันไดเลื่อนที่ตกแต่งเป็นท้องมังกร"สถานีสนามไชย"ฝ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นท้องพระโรงในสมัยรัตนโกสินทร์ ทางออกตรงมิวเซียมสยามก็เด็ดไม่แพ้กันเพราะขึ้นบันไดเลื่อนมาก็จะเจอมิเซียมสยามเลยแถมยังไม่มีหลังคามาบดบังทิวทัศน์อีกด้วย

    Travel

  • สามย่านมิตรทาวน์ กับโซน 24 ชั่วโมง แหล่งรวมของสุดชิคใจกลางกรุง

    "สามย่านมิตรทาวน์" แลนด์มาร์คแห่งใหม่สุดจัดจ้านในสามย่าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างครบครันกับ "โซน 24 ชั่วโมง" ที่รวบรวมร้านอร่อยๆ และ Co-working Space มาไว้ในที่เดียว แถมยังเดินทางสะดวกมีรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อมาถึงด้านในเลยที่ "สามย่านมิตรทาวน์" เดินทางสะดวกสบาายมีทั้งรถโดยารประจำทาง, รถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า MRT โดยลงที่สถานีสามย่าน จะมีมุมฮิต ถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ทุกคนที่มาต้องแวะมาถ่ายรูปอย่าง "อุโมงค์อวกาศ" ทางเดินกว่า 100 เมตร ที่เป็นอุโมงค์ปูนเปลือยช่วงกลางทางเดินช่วงหนึ่งจะเป็นพื้นกระจกให้มองเห็นด้านล่างได้ ซึ่งอุโมงค์นี้จะเชื่อมจากสถานีสามย่านมายังสามย่านมิตรทาวน์เลยภายในศูนย์การค้ามีทั้งหมด 5 ชั้น และชั้นใต้ดินอีกหนึ่งชั้น และโซนไฮไลท์สำหรับที่นี่เลยคือ "โซน 24 ชั่วโมง" แหล่งรวมทั้งร้านอาหารอย่าง เคเอฟซี, ชาบูชิ, สตาร์บัคส์, คาเฟ่ อเมซอน, สเวนเซ่นส์ และอื่นๆ อีกมากมายอีกหนึ่งความน่าสนใจของที่นี่คือ "SAMYAN CO-OP" Co-Learning Space เปิดให้บริการฟรี 24 ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ชั้น 2 ถึง ชั้น 3 ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งร้านกาแฟ ห้องน้ำ ห้องทำงานส่วนตัว แถมยังมีปลั๊กไฟและ Wi-Fi อีกด้วย หากใครสนใจเพียงแค่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้"MEDIUM and More" แหล่งรวมอุปกรณ์ศิลปะ งานประดิษฐ์ และงานฝีมือแบบที่ไม่เหมือนใคร แล้วยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปงานคราฟต์โดยผู้เชี่ยวชาญมากมายอีกด้วย"สามย่านมิตรทาวน์" ตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนพญาไท-พระราม 4 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00 น.โซน 24 ชั่วโมง เปิดบริการทุกวัน เวลา 00.00 - 23.59 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2764-6241

    Travel

    Trend

    Fusion Food

  • ช้อป แชะ ชิม เชิงเกษตรกันที่ "ดูบัวคาเฟ่ (DUBUA Cafe)"

    ก่อนกลับมาแวะกินแวะเที่ยวแลนด์มาร์คของนครปฐมกันที่ "ดูบัว คาเฟ่ (DUBUA Cafe)" ในบรรยากาศทุ่งดอกบัวไม่เหมือนใคร ใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็ได้มาสัมผัสบรรยากาศสวยๆแบบนี้กันแล้ว"ดูบัวคาเฟ่ (DUBUA Cafe)" นอกจากจะเป็นคาเฟ่ท่ามกลางทุ่งดอกบัวสวยๆแล้วรอบๆยังเป็นที่เที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เป็นเหมือนหมู่บ้านแสดงวิถีชีวิตของชาวนครปฐม และยังมีกิจกรรมให้ทำเพียบทั้งปั่นจักรยาน ถีบเรือ ฟาร์มสัตว์ คาเฟ่ และร้านอาหาร โดยภายในคาเฟ่ถูกแบ่งออกเป็นโซนต่างๆมากมาย"โซนโรงนา" มีสัตว์ต่างๆให้เยี่ยมชมมากมายโดยไฮไลท์ของที่นี่คือสัตว์ในฟาร์มที่ไม่ดุ และยังสามารถเข้าไปถ่ายรูปแบบใกล้ๆได้อีกด้วย"โซนร้านอาหารและคาเฟ่" มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ไว้ให้บริการ"โซนกาดบ้านควาย" เป็นเหมือน Walking Street เล็กๆที่มีผลิตภัณฑ์จากภายในชุมชนมาขาย ที่โซนนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.00-18.30 น.และที่สำคัญห้ามพลาดแชะภาพสวยๆบนสะพานไม้ทอดยาวข้ามบึงบัวกว้างใหญ่ที่มีบัวหลากหลายสายพันธุ์ ยิ่งใครมาช่วงเช้าที่บัวบานจะได้ภาพที่สวยสุดๆ หรือจะมาเดินเล่นชมวิวสวยๆก็ชิลไม่แพ้กันมาชิลกับคาเฟ่ใกล้กรุงได้ที่ "ดูบัวคาเฟ่ (DUBUA CAFE)" ถนนบางพระ - นราภิรมย์ อ.นครชัยศรี ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.(หยุดทุกวันจันทร์) หรือติดต่อสอบถาม โทร. 09-7024-0842

    Travel

    Asian Food

    Cafe

    ฟาร์ม

  • เดินชิลเมืองเก่าแวะถ่ายรูปชิคๆที่ Street Art สวรรคโลก

    "Street Art สวรรคโลก" แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของสุโขทัยอยู่ที่ถนนกลางเมือง มีภาพสตรีอาร์ตตามผนังบ้านเรือนสวยๆมากมายที่ถูกสร้างสรรค์โดยศิลปินอาร์ตชั้นนำของเมืองไทยและต่างชาติ แต่ละภาพจะมีสตอรี่เพราะเป็นหนึ่งในโครงการ Experiencing Asian Pop Culture ที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวแถบภูมิภาคอาเซียนที่หลงเสน่ห์งานอาร์ตเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยกัน"ภาพนักสู้" วาดโดยศิลปินชาวสิงคโปร์ และบุคคลในภาพคือ "สลักจิต เทียนหิรัญ" นักมวยชื่อดังชาวไทย"ภาพสาวน้อยผู้มาไกลจากต่างแดน" ผลงานของศิลปินชาวมาเลเซีย ใกล้ๆบริเวณ Street Art มีร้านกาแฟเล็กๆอย่างร้าน "ไฮ้กาแฟ" ที่เก๋าและยืนหยัดมากว่า 60 ปีแล้ว ทั้งคนสวรรคโลกและนักท่องเที่ยวต่างมานั่งจิบกาแฟชิลๆสัมผัสบรรยากาศคลาสสิกดูภาพสตรีทอาร์ทได้แบบเพลินๆ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05.30-15.00 น. หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 08-9642-6362ใครมาสวรรคโลกอย่าลืมมาแวะถ่ายรูปชิคๆกันที่ "Street Art สวรรคโลก" บริเวณถนนกลางเมือง ย่านการค้าเก่า อ.สวรรคโลก

    Travel

    Trend

  • ไร่พลิศา ฟาร์มผักออร์แกนิคสดๆ

    "ไร่พลิศา" ฟาร์มผักออร์แกนิคสดๆมีทั้งผักสวนครัวและผลไม้ปลอดสารพิษที่เปรียบเหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อขายผักกันในราคาย่อมเยา"คุณตุ๋ย" เจ้าของร้านอาหารไทยในออสเตรเลียที่ประสบความสำเร็จโดยเฉพาะการทำไร่ออร์แกนิค Boon Luck Farm (ไร่บุญรักษ์) ที่ได้ใบรับรองเป็นไร่ปลอดสารพิษ 100% จากความสำเร็จและประสบการณ์ของคุณตุ๋ยในการทำฟาร์มจึงส่งผลให้เธออยากกลับมาทำฟาร์มที่เมืองไทยโดยนำความรู้และรูปแบบของไร่บุญรักษ์มาพัฒนาพื้นที่รกร้างและแห้งแล้งกว่าร้อยไร่ไร่พลิศาเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้ามาท่องเที่ยวเชิงเกษตรสามารถเข้ามาถ่ายรูปเช็คอินได้โดยไม่เสียค่าบริการใดๆ แล้วยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเก็บผักเก็บไข่มาปรุงอาหารด้วยตัวเองอีกด้วยภายในไร่มีร้านอาหารเล็กๆไว้ต้อนรับ "ครัวพลิศา" โดยเลือกใช้วัตถุดิบสดๆในไร่ทั้งผักสดและผลไม้ต่างๆมาปรุงอาหารจานเด็ดให้ได้ทานกัน "น้ำพริกกะปิปลาทูสด" "ต้มจืดหมูเด้งจิงจูฉ่าย" "ผัดวุ้นเส้นชะอมกุ้ง" "ไร่พลิศา" ต.ทับใต้ อ.หัวหิน เปิดตั้งแต่เวลา 9.00-20.00 น. (หยุดทุกวันพุธ) โทร. 08-1385-0453

    Asian Food

    ฟาร์ม

  • วนอุทยานปราณบุรี เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน

    ช่วง Green Season แบบนี้เปรี้ยวปากขอพาไปเที่ยวเส้นทางสายธรรมชาติกันที่ "โครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์" พื้นที่ป่าชายเลนแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำทางธรรมชาติเส้นทางศึกษาธรรมชาติจัดทำเป็นสะพานไม้ทอดยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ลัดเลาะตามป่าชายเลนซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ชมพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ โดยจะมีป้ายข้อมูลพันธุ์ไม้ให้ความรู้เป็นระยะๆเดินมาจนถึงเส้นทางสุดท้ายเป็นส่วนของหอคอยชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวรอบป่าชายเลนได้แบบ 360 องศานอกจากเดินชมความร่มรื่นของธรรมชาติป่าชายเลนแล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถช่วยอนุบาลสัตว์น้ำได้ด้วยการปล่อยปูลงป่าชายเลนซึ่งเป็นปูที่ชาวบ้านอนุบาลไว้เพื่อนำมาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ"วนอุทยานปราณบุรี" อยู่ที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 0-3262-1608

    Travel

Show More Results

Follow us on INSTAGRAM