• บ้านผัดไทยอร่อยระดับมิชลินไกด์

    เปรี้ยวปากพาไปเช็คอินร้านบ้านผัดไทยที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ การันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018ต้องบอกเลยว่าผัดไทยที่นี้ เก๋ที่สุดอีกร้านที่เคยไปมาเพราะตกแต่งย้อนยุคเน้นสีฟ้าตัดกับงานไม้ที่สื่อถึงยุค80 และสดๆร้อนๆ กับรางวัลการันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018 ต้องขยายนิดนึงคือรางวัลนี้ทางมิชลินจะมอบให้ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี คุ้มค่าคุ้มราคาที่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่ออาหาร 3 คอร์ส ไม่รวมเครื่องดื่ม แม้แต่เชฟและร้านเองยังเซอร์ไพรส์เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าได้รับรางวัลจนมาเห็นชื่อร้านในไกด์บุค มาดูที่พระเอกของร้าน ผัดไทยปูม้า (280 บาท) เนื้อปูก้อนเน้นชิ้นโตผัดกับเส้นจันท์ ซึ่งความพิเศษจะใช้มันปูและไข่ปูผัดลงไป ส่วนตัวซอสผัดไทยก็จะประกอบด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเครื่องปรุงอีกกว่า 18 อย่างผสมลงไปผัดไทยไก่ย่าง (190 บาท) ทางร้านอะแดปเป็นทางเลือกไม่จำเจ ซึ่งจะใช้ไก่ส่วนสะโพกนำไปหมักกับน้ำผึ้ง ย่างจนหอมเข้าเนื้อ ไก่ทอดสมุนไพร (190 บาท) งานออเดิร์ฟ เสิร์ฟมาในซุ้มไก่เล็กๆ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิถีคนไทยในสมัยก่อน เมี่ยงคะน้า (150 บาท) ทางร้านจะใช้ใบคะน้าอ่อนออแกนิกส์ และเปลี่ยนจากใส่กุ้งแห้งมาเป็นไก่รวนซีอิ๊ว คนที่แพ้กุ้งทานได้ค่ะ และกรุบกรอบด้วยกากหมู

  • Cher_cheeva เฌอ-ชี-วา ขนมไทยโบราณในคาเฟ่ร่วมสมัย

    Cher_cheeva เฌอ-ชี-วา ขนมไทยโบราณในคาเฟ่ร่วมสมัย ร้านขนมไทยร่วมสมัยที่กำลังฮอตสุดๆในตอนนี้ แค่ก้าวเข้ามาในร้านก็ได้กลิ่นขนมไทยลอยอบอวน หลายอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย ซึ่งคุณไอซ์เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่าเป็นสูตรที่ตกทอดมาจากรุ่นตายาย ทั้งคุณไอซ์แล้วก็เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนรวมถึงคุณแม่เพื่อนก็มาช่วยกันลงมือทำขนมกันเองทุกอย่าง มีขนมไทยโบราณหาทานได้ยากหลายอย่าง ที่สะดุดตาคือการจัดจานและตกแต่งได้อย่างสวยงามบ่งบอกความเป็นไทยผ่านขนมไทยโบราณ  เริ่มที่ “Cher Set” รวมขนมไทย 10 อย่าง (ราคา 250 บาท) เช่น เสน่ห์จันทน์ จ่ามงกุฎ ทองเอก ขนมขี้หนู ลูกชุบ ตะโก้ ฝอยทอง และหยกมณี เป็นขนมไทยโบราณหาทานยาก ทำจากเม็ดสาคูผสมน้ำใบเตยปั้นเป็นก้อนคลุกกับมะพร้าวขูดมาต่อที่เมนูซิกเนเจอร์ “ขนมพระพาย” (ราคา 80 บาท) ที่ใช้น้ำลอยดอกมะลิมาผสมกับแป้ง น้ำใบเตย และน้ำอัญชัน นวดจนเนื้อแป้งเข้ากันดีใส่ไส้ถั่วกวนก่อนเสิร์ฟราดด้วยน้ำกะทิ เครื่องดื่มเย็นๆหน้าตาสวย เมนู “กรานิต้าอัญชันมะนาว” เกล็ดน้ำแข็งเย็นๆ รสอัญชันมะนาวดื่มแล้วสดชื่นเลยค่ะ อีกแก้วก็สดชื่นไม่แพ้กัน “บ๊วยโซดา” (ราคา 70 บาท ) ท็อปด้วยไอศกรีมบ๊วยที่ทางร้านทำเอง  ถ้าชอบหวานอมเปรี้ยวต้อง “ลิ้นจี่มะนาวโซดา” (ราคา 70 บาท) หอมไซรัปอัญชัน เมนูเขาเน้นสีสันถ่ายรูปสวยจริงๆ คนชอบแชะ แอนด์ แชร์ ห้ามพลาดร้านนี้ แนะนำให้โทรจองโต๊ะก่อนเพราะขนมค่อนข้างหมดเร็ว 

  • Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน

    Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน Mamarin ชื่อร้านที่มีที่มาเก๋ๆ ผสมกันระหว่างคำว่า ‘หม่าม้า’ และคำว่า ‘มารินทร์’ เป็นชื่อคุณแม่ของคุณเค้ก B5 เจ้าของร้าน บอกเล่าความอร่อยในแบบ Home Cooking จากมือและใจของแม่สู่ลูกค้า ขอเริ่มจากของทานเล่น “กุ้งแพทอดกรอบ” (85 บาท) ที่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มอาจาด ยังมีของทานเล่น เต้าหู้ทอด แผ่นเกี๊ยวทอด สั่งมาทานเพลินๆ “ก๋วยเตี๋ยวแห้งเย็นตาโฟ” (89 บาท) ซอสเข้มข้นมาก มาพร้อมน้ำซุปดั้งเดิมแบบแยกต่างหาก ที่สำคัญยังเพิ่มเครื่องเคียงอย่างหมึกสด เต้าหู้ทอดและกุ้งแพทอดกรอบให้ได้เคี้ยวกันแบบเพลินๆ ใครที่ชอบรสชาติจัดจ้านต้อง “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกสด” (เริ่มต้น 89 บาท) เพิ่มมะนาว พริกขี้หนูสด และถั่วลิสงคั่วใหม่สับหยาบๆ อร่อยครบรส เมนูคลาสสิกต้องยกให้ “ก๋วยเตี๋ยวน้ำดั้งเดิม” (เริ่มต้น 89 บาท) ความพิเศษจะอยู่ที่น้ำซุปบ้านบึงแบบดั้งเดิมที่เคี่ยวได้รสที่กลมกล่อม ยังมาพร้อมเครื่องเคียงหมูบะช่อผสมหมึกแห้ง กุ้งแห้ง หมูสไลด์ คาตั๊งหรือเนื้อหมูส่วนติดกระดูก ตับ เกี๊ยวแผ่นทอด และกระเทียมเจียวหอมๆ

  • ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ

    ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ทานอาหารต้องมีบรรยากาศ เปรี้ยวปากเช็คอินพาไปกินลมชมวิวที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เหมาะกับพาคนพิเศษมาดินเนอร์มื้อเย็นทานไปชมวิวเมืองกรุงยามเย็น อาหารไทยที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างอาหารไทยและเทคนิคของอาหารต่างชาติเข้าด้วยกันยังคงรสชาติอาหารไทยไว้ แต่ละจานก็สร้างสรรค์สวยงามจนต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายก่อนลงมือชิม เริ่มกันที่ "ของว่างรวม" (790 บาท)  สะเต๊ะไก่ กุ้งโสร่งทอด ยำส้มโอ ปอเปี๊ยะปลาฟูม้วนเป็นโรล ตัดด้วย "ซุปคาปูชิโน่ดอกโสนกับหอยเชลล์ย่าง"  เมนูนี้หน้าตาฝรั่งแต่รสชาติสไตล์ไทย เติมมะนาวนิดนึงเพิ่มความเปรี้ยวทำให้เมนูนี้ไม่หนักท้องเกินไป "ยำแซลมอน" (590 บาท) หอมใบแมงลักที่ใส่มาเติมกลิ่นเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมดอกไม้ที่สามารถทานได้ จัดจ้านแบบน้ำยำถึงเครื่อง ส่วนเมนูนี้ก็เสิร์ฟแบบพอคำ "กุ้งย่างพริกสดเสิร์ฟคู่กับข้าวตัง"ถ้าชนะเลิศเรื่องความสวย ยกให้จานนี้ "ยำมะเขือยาวปู" เพิ่มคาเวียร์ ใส่แผ่นทองคำทานได้ เมนูใต้อย่าง "แกงกะทิปูใบชะพลูกับขนมจีนไข่ต้ม" (870 บาท) ถึงเครื่องหร่อยแรงๆแบบชาวใต้ ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์ บรรยกาศดี อาหารไทยอร่อย Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ มีครบจบที่เดียว

  • ดินเนอร์ชมพระอาทิตย์ตกสุดโรเเมนติกที่ Kata Rock Phuket

    ช่วงซัมเมอร์แบบนี้ ไปเที่ยวทะเลทั้งทีก็ต้องหาที่พักสวยๆ อาหารอร่อยๆ เหมาะกับการพักผ่อนในช่วงวันหยุด เปรี้ยวปากขอเเนะนำ "Kata Rock Phuket" รีสอร์ทริมหาดกะตะ ทุกห้องเป็น Pool Villa เห็นวิวทะเลภูเก็ตแบบพาโนราม่า สีขอบฟ้าตัดกับน้ำทะเล ในรีสอร์ทก็ยังมีห้องอาหาร Kata Rocks Restaurant สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนกับหลากหลายเมนูอร่อย แต่ถ้าอยากจะดินเนอร์แบบ Exclusive ต้องที่ The Rock ลานหินติดริมทะเล ทานอาหารไปดูวิวพระอาทิตย์ตก เพียงวันละ 1 โต๊ะเท่านั้น!!! เหมาะควงเเฟนมาสวีทรือจะขอแฟนแต่งงานก็โรแมนติกเว่ออออ มาดูที่อาหารกันบ้างดีกว่า Thai Set Dinner เป็นเซ็ทที่ลูกค้าชาวต่างชาติชอบ เริ่มที่ Starter กับเมนู "กุ้งโสร่ง" จะใช้หมี่ซั่วภูเก็ตมาพันรอบตัวกุ้ง ทอดกรอบทานคู่กับซอสแมงโก้สวีท และก็มี "ไก่ห่อใบเตย"  เมนูยอดนิยม "ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน" เสิร์ฟมาในลูกมะพร้าว ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปเพื่อให้ความหวานและรสสัมผัสหวานน้ำสต๊อกที่มาจากเปลือกกุ้ง เมนู "ฉู่ฉี่ปลาแซลมอน" ออเดอร์ปลาแซลมอนจากทัสมาเนีย เพราะไขมันจะน้อย ใส่ลำไย องุ่น มะเขือเทศเชอร์รี่ลงไป เพื่อให้รสกลมกล่อม "ปูมะนาว" ใช้ปูม้าจาภูเก็ต จานนี้รสก็จัดจ้านหน่อย แต่ที่เลิฟสุดๆต้องเป็น "เนื้อผัดใบกระเพรา" ใช้เนื้อวากิวจากออสเตรเลียผัดกับใบกระเพราหอมแต่คงรสจัดจ้านถึงเครื่องสไตล์ไทย มื้อนี้ ทั้งอิ่มท้อง เพลินตา กับวิวสุดโรแมนติกช่วงพระอาทิตย์ตก

  • เปรี้ยวปาก เช็คอิน ฉลองยิ่งใหญ่ 14 ปี ! จัดงาน ‘Preawpak Festival 2018’

    เปรี้ยวปาก เช็คอิน ฉลองยิ่งใหญ่ 14 ปี! จัดงาน ‘Preawpak Festival 2018’ ขนทัพร้านอร่อยตามรอยเปรี้ยวปาก มากกว่า 50 ร้านค้า อาทิ ร้านตะบันตำ ร้านติ่งเกาหลี ร้านฮิตติดเทรนด์ CHUB N’ CHEW รวมถึงร้านศิลปินดาราเพียบ นำทัพโดยสองพิธีกรคู่ซี้ จอย รินลณี และ เต๋อ ฉันทวิชช์ กิน ช็อป ชิลล์ และพบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ เอิ๊ต ภัทรวี อิ้งค์ วรันธร แหนม รณเดช! งานนี้มีรางวัลให้ลุ้นกันด้วยนะจ๊ะ ห้ามพลาด !! แล้วพบกัน วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2561 – วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤษภาคม 2561 เวลา 11.00 – 22.00 น. ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ * ไม่ต้องไปหลายที่ก็ได้กิน เพราะเปรี้ยวปาก รวบรวมมาให้คุณไว้ที่นี่แล้ว 

  • ให้ทุกวันคือการพักผ่อน Vacation Bangkok

    "Vacation Bangkok" เกิดขึ้นด้วยคอนเซ็ปต์ที่อยากให้ทุกคนมองเรื่องการพักผ่อนเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น และอยากให้ทุกวันที่มีกลายป็นวันหยุดของเราที่นี่จึงเป็นทั้งที่พัก มีพื้นที่ให้ได้นั่งทำงาน มีคาเฟ่ให้ทานของอร่อยๆและได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศดีๆ เพราะอยากให้ทุกคนที่มาที่นี่ได้รู้สึกว่าทุกวันของเขาจะเป็นวันหยุดพักผ่อนนั่นเองเริ่มเมนูแรกด้วยเมนูสุดฮิตของทางร้าน "Fresh Mint Americano" เพิ่มความแตกต่างและความสดชื่นให้กับคออเมริกาโน่ด้วยมินต์ ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น"Piccolo Rose" คล้ายๆลาเต้แต่นมน้อยกว่า และมีกลิ่นหอมของกุหลาบ โรยหน้าด้วยกุหลาบแห้งบด"Raspberry Fall""Caesar Salad" หรือซีซาร์สลัดที่ใส่มาในแป้งพาย รูปแบบการจัดจานครีเอทสุดๆ"Pork Ball Brioche" พอร์คบอล เนื้อหมูฉ่ำๆกับเชดด้าชีส ทานคู่กับขนมปังบริยอช

  • Farm to Table โกดังผักสลัด ณ บางกะเจ้า เก็บผักปุ๊บกินปั๊บ

    วันนี้เปรี้ยวปากขอพามาเก็บผักชิลๆกันที่ร้าน "โกดังผักสลัด" ของคุณเจก รัตนตั้งตระกูล โกดังผักสลัด เป็นทั้งฟาร์มไฮโดรโปนิกส์และร้านอาหารที่มีคอนเซ็ปต์ Farm to Table เก็บผักสวนผักปุ๊บนำมาปรุงแล้วทานปั๊บ รับรองความสดใหม่ แต่กว่าจะเป็นสวนผักสวยๆแบบนี้แต่ก่อนตรงส่วนของฟาร์มและร้านเป็นที่หลังบ้านของคุณเจกและพื้นที่ร่องสวน คุณเจกเลยลองปลูกผักตามร่องสวนดูและไปศึกษาการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ปรากฎว่าได้ผลดี ตอนแรกทางคุณเจกเองก็ทานกันเองภายในครอบครัวแล้วจึงขยายเป็นร้านโกดังผักสลัดในตอนแรกเองเปิดให้คนมาเก็บผักเท่านั้น แต่ทางลูกค้าได้สอบถามมาว่ามีอะไรให้ทานมั้ย ทางคุณเจกจึงเริ่มทำเป็นสลัดให้ลูกค้าทานและเริ่มมีแนวคิด Farm to Table"โกดังสลัด" เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ทำจากผักสดทั้งหมดที่มี จัดเต็มในจานเดียว เด็ดสุดคือทานคู่กับ "น้ำสลัดซีฟู้ด" ที่ทางร้านทำเอง รับรองถูกปากคนไทยแน่นอน"ข้าวหน้าไก่ย่างพริกไทยดำน้ำจิ้มแจ่ว""ข้าวหน้าหมูย่างพริกไทยดำน้ำจิ้มแจ่ว"น้ำสุขภาพทางร้านก็มีทั้ง "น้ำฝรั่งสด""น้ำแคนตาลูป""น้ำแตงโมเม็ดแมงลัก"

  • Umeno Cafe คาเฟ่สำหรับคนรักเต้าหู้

    ใครที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะเต้าหู้ต้องไปลองที่  "Umeno Cafe" คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องเต้าหู้ถั่วเหลืองแถมยังมีประวัติจากญี่ปุ่นยาวนานกว่า 50 ปี แต่ตอนนี้มาเปิดสาขาที่เมืองไทยแล้ว มาเริ่มดูเมนูกันดีกว่า"D.I.Y. YUBA" (220 บาท) ชุดทำฟองเต้าหู้สด ที่ให้ทุกคนได้สนุกไปกับการทำฟองเต้าหู้เอง สามารถคีบทานได้ทีละชิ้นเลย ทานคู่กับซอสวาริโชยุ หอมกลิ่นเปลือกส้มยูสุ หรือจะใส่ขิง งาเพื่อเพิ่มความหอม"Soft Tofu pot with Mabo Sauce" เต้าหู้นุ่มเนื้อเนียนแทบจะละลายในปากที่ผ่านมามีแต่เมนูเบาทอง หากใครอยากหาอะไรที่หนักท้องขึ้นมาหน่อยขอแนะนำ "Spaghetti Tonyu Cream Sauce with Grilled Salmon lkura" โดยเมนูนี้ใช้ถั่วเหลืองแทนครีมซอส"Umeno Salad" สลัดเต้าหู้ทานคู่กับน้ำสลัดหอมงา

  • The Hass Bistro สาวกอะโวคาโดต้องร้องว้าว

    สายสุขภาพต้องห้ามพลาดกับร้าน "The Hass Bistro" ร้านสำหรับคนเลิฟอะโวคาโด อะโวคาโดถือเป็น Super Fruit ที่มีประโยชน์มากมายและมีไขมันดีช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย ในร้านมีทั้งอะโวคาโดสดและหลากหลายเมนูที่ทำจากอะโวคาโด รับรองว่าอร่อย ไม่เลี่ยนและมีประโยชน์แน่นอนชื่อร้าน "The Hass Bistro" นั้นมาจากพันธุ์อะโวคาโดชื่อ Hass ที่ได้รับความนิยม มีรสชาติหวาน มันที่สุด เจ้าของร้านจึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านเก๋ๆนั่นเองร้านตั้งอยู่สุขุมวิท 49 แค่เข้ามาในร้านก็รู้สึกถึงบรรยากาศสบายๆ แต่อบอุ่น และยังมีโซนบาร์น้ำผลไม้อีกด้วย"Avoburger" เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ใครมาที่ร้านต้องสั่งแน่นอน เป็นเมนูเบอร์เกอร์ที่ใช้เนื้ออะโวคาโดล้วนๆมาแทนขนมปัง"DIY Guacamole" ถ้ามาทานที่ร้านจะมีครกมาให้ เราสามารถผสมวัตถุดิบเข้าด้วยกันแล้วก็ทานได้ด้วยตัวเอง วัตถุดิบมีทั้ง อะโวคาโด หอม ผักชี และมะเขือเทศ ทานคู่กับชิป"Spicy Salmon Sald""Veggie Noodle with Pesto Sauce" เส้นทำมาจากแครอท และเส้นซูกินี ทานกับซอสเพสโต้"Tofu Steak with Chimichurri Avocado"ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานที่ทำจากอะโวคาโด  "Avocado Cheese Cake with Avocado Sauce"

  • ย.ยักษ์กินผัก

    กินอิ่มนอนหลับ กินผักนอนสบาย แต่ถ้าไม่รู้จะกินอะไร แอดขอแนะนำร้านนี้เลยค่ะ “ย.ยักษ์กินผัก” ที่อร่อยขนาดว่ายักษ์ยังหันมากินผักเลยค่า มื้อนี้เปรี้ยวปากเลยขอจัดชุดใหญ่ ครบทั้งของคาวแล้วก็ของหวาน แต่ละจานเรียกว่าเด็ดๆ ของร้านทั้งนั้นผัดไทยเส้นบุก  :  อร่อยรสชาติเหมือนผัดไทยปรกติเลยค่ะ แต่แคลอรี่น้อยกว่า คือดีย์สลัดแซลมอนซาชิมิ : เมนูสลัดที่ผักดีมาก กรอบมาก คนชอบกินผักแบบแอดนี่เลิฟเลยค่ะBBQ Pork Rib Mango : เมนูนี้คือดีค่ะ แอดแนะนำให้ทานทุกอย่างพร้อมกัน ทั้งเนื้อ ผัก และมะม่วง เข้ากันมากปลาแห้งแตงโม : เมนูโบราณ ที่แอดอยากให้ลองทานค่ะ สดชื่นจริงๆเมี่ยงปลากะพง : อร่อยมากกก ผักเยอะ แถมน้ำจิ้มยังรสเด็ดอีกด้วย

  • Cafe La Rose คาเฟ่ดอกไม้ใจกลางเมือง

    "Cafe La Rose" คาเฟ่ดอกไม้แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพ คาเฟ่กุหลาบที่ตกแต่งด้วยดอกไม้นับพันดอกเน้นโทนสีชมพูหวานๆ บรรยากาศดีแบบนี้สาวๆที่มาต้องถูกใจกันอย่างแน่นอน และไม่ใช่แค่ดอกไม้ยังมีเมนูชิคๆมากมาย ทั้งของคาว-ของหวานที่ล้วนมีแต่กุหลาบเป็นส่วนประกอบ Recommended Menu"Miang Kham Lotus" เมี่ยงคำดอกบัว ใช้ดอกบัวแทนใบเมี่ยงจะมีความขมน้อยกว่าจึงทานค่อนข้างง่าย "Enchanted Double Rose Waffle" วาฟเฟิลไข่สูตรฮ่องกง เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมกุหลาบ 2 ลูกและผลไม้ "Crab Fried Rice" ข้าวผัดปู"Bou-Loy Waffle" วาฟเฟิลฮ่องกงราดด้วยซอสน้ำตาลโตนดหอมๆ แล้วท็อปด้วยบัวลอยไซส์บิ๊กๆ สาวๆคนไหนอยากมาถ่ายภาพคู่ดอกไม้สวยๆและทานอาหารอร่อยๆ มากันได้ที่ร้าน "Cafe La Rose" ซอยพิบูลวัฒนา 10 ถนนพหลโยธิน หรือลง BTS อารีย์ ต่อวินมอเตอร์ไซค์มาที่ร้าน เปิดตั้งแต่เวลา 11:00-22:00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) โทร.09-9198-2571

  • 1d+Day Artist มาทำให้อารมณ์ดีที่วันดีดี

    ในหัวหินมีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่มากมายแต่จุดเช็คอินอันดับต้นๆต้องยกให้ "1d+Day Artist" ร้านอาหารชิคๆริมทะเลที่มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมาก เรียกได้ว่าเดินวนถ่ายรูปกันได้แบบไม่มีเบื่อร้านตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ในสไตล์ชาวประมงที่มีเรือจริงปลดระวางให้ได้ไปถ่ายรูปเล่นกัน เมนูอาหารที่นี่จะเป็นฟิวชั่นเน้นเลือกซื้อวัตถุดิบจากชาวประมงในท้องถิ่น รสชาติเป็นเอกลักษณ์ด้วยฝีมือของลูกหลานคนท้องถิ่นเองRecommended Menu "ผัดทะเลใต้ (250 บาท)""คารามารี (150 บาท)""ทอดมันปูม้า (190 บาท)" "ประจวบเหมาะ (320 บาท)" แกงส้มปลาอินทรีย์ "ข้าวไข่ข้นต้มยำกุ้ง (235 บาท)""น้ำแตงโมปั่น (145 บาท)""น้ำสับปะรดปั่น (145 บาท)"ร้าน "1d+ Day Artist" อยู่ที่ ซอยหัวหิน 105 เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00-22:00 น. หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 08-7656-9995

  • Freddie RiceCurry ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นท็อปปิ้งสไตล์ไทย

    ร้านริมทาง จานด่วน เสิร์ฟเร็ว สไตล์เอเชีย ต้องมาลองชิมข้าวแกงกะหรี่สไตล์เฟรดดี้ที่ร้าน "Freddie RiceCurry" ร้านข้าวแกงกะหรี่ฟิวชั่นไทย-ญี่ปุ่นที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร วิธีการโปรโมทร้านก็กวนได้ใจ จากจุดเริ่มต้นขายข้าวแกงกะหรี่สูตรไทยๆแบบเดลิเวอรี่จนเปิดหน้าร้านของตัวเองให้ลูกค้าได้เข้ามานั่งทานกันอย่างจริงจัง ลูกค้าประจำหลายคนรู้จักร้านนี้จากเพจเฟสบุ๊คเพราะภาพโปรไฟล์เพจร้าน Freddie RiceCurry ที่เป็นเหมือนมีมล้อเลียนกระแสต่างๆจนคนในโลกคนออนไลน์ให้ความสนใจ แกงกะหรี่ที่ร้านนี้จะไม่เลี่ยน ไม่มีครีม-เนยแล้วยังมีท็อปปิ้งไทยๆอย่างผัดเผ็ดเนื้อโคขุน ซี่โครงหมูชาชู และอื่นๆอีกมากมายหลายหน้า สามารถเลือกความเผ็ดได้ถึง 3 ระดับ"ข้าวเเกงกะหรี่โคขุน (175 บาท)""ข้าวเเกงกะหรี่หมูกรอบผัดพริกเกลือ (165 บาท)" "ข้าวเเกงกะหรี่คอหมูย่าง (155 บาท)""ข้าวแกงกะหรี่กะเพราเป็ดหนังกรอบ (165 บาท)" "ข้าวเเกงกะหรี่หมูชาชู (165 บาท)""ข้าวแกงกะหรี่หมูสับผัดไข่เค็ม (165 บาท)"ตามรอยความอร่อยกันได้ที่ร้าน Freddie RiceCurry เฟรดดี้ ข้าวแกงกะหรี่ ซอยลาดพร้าววังหิน 34 เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. (หยุดทุกวันพุธ) เบอร์โทร 09-7097-9523

  • จานเดียวซีฟู้ดตู้มๆ "อะเหน่" ตลาดน้อย

    ใครมาเดินชิลที่ตลาดน้อยต้องมาแวะเติมพลังกันที่ "ร้านอะเหน่" ร้านอาหารไทยสไตล์จีนมาพร้อมซีฟู้ดแน่นๆอย่างกุ้งและปู ปรุงรสใหม่จานต่อจานไม่ใส่ผงชูรส เน้นความเรียบง่ายและวัตถุดิบซีฟู้ดที่สดใหม่เท่านั้น!หลายคนคงจะสงสัยในชื่อร้าน "อะเหน่" คุณอ๊อนเจ้าของร้านจึงเล่าถึงที่มาว่า อะเหน่ มาจากภาษาจีนไหหลำ แปลว่า คุณยาย นั่นเอง เพราะคุณอ๊อนนั้นมีความตั้งใจอยากเปิดร้านนี้เพื่อเป็นของขวัญให้คุณยายอีกด้วย  ย่านตลาดน้อยล้วนเต็มไปด้วยห้องแถวที่สร้างติดกันมายาวนานกว่า 50 ปี ร้านอะเหน่จึงคงโครงสร้างเดิมเอาไว้ ทั้งประตูเหล็กแบบสมัยก่อน และผนังอิฐมอญ รวมไปถึงใช้โต๊ะและเก้าอี้แบบร้านน้ำชาจีน สร้างบรรยากาศให้กลมกลืนไปกับคนย่านนี้ได้เป็นอย่างดี"ข้าวผัดอะเหน่ (215 บาท)" ข้าวผัดกุ้งแม่น้ำเพิ่มความหอมมันด้วยการผัดมันกุ้งกับข้าว"ข้าวขยำไข่ปู (245 บาท)" ข้าวหอมมะลิขยำกับไข่ปูผสมมันปู ท็อปด้วยเนื้อก้ามปูพูนจานโรยด้วยพริกขี้หนูซอย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด "โคตรปูหม่าล่าราดข้าว (255 บาท)" เนื้อปูผัดซอสหม่าล่า ให้เนื้อปูมาแบบล้นจาน "ข้าวผัดปูตู้ม (265 บาท)" ข้าวหอมมะลิผัดกับกระเทียมและเนื้อปู เวลาทานจะได้กลิ่นไหม้จากสไตล์การผัดแบบจีน "โคตรปูซอสไข่เค็มมันปูราดข้าว (265 บาท)" เนื้อก้ามปูคั่วกระเทียมราดซอสไข่แดงเค็มเน้นๆ "ร้านอะเหน่" ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ตรงข้ามซอยเจริญกรุง 20 เปิดตั้งแต่เวลา 10.30-20.30 น. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 08-06277498

  • ห้องอาหารเชลียง อาหารไทยโบราณ ณ โรงแรมชินะปุระ จังหวัดพิษณุโลก

    ตามมาสัมผัสความอร่อยของอาหารไทยโบราณกันที่ "ห้องอาหารเชลียง โรงแรมชินะปุระ จังหวัดพิษณุโลก" กับหลากหลายอาหารโบราณด้วยฝีมือเชฟที่มีความถนัดในด้านอาหารไทยเป็นพิเศษ ทั้งรสชาติและการตกแต่งจานสวยงามจับตามากๆ "โรงแรมชินะปุระ หรือ Shinnabhura Historic Boutique Hotel"  โรงแรมเชิงท่องเที่ยวแนวประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพิษณุโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมาย ที่มาของชื่อโรงแรม "ชินะปุระ" มาจากคำว่า "ชิน" หมายถึง "พระพุทธเจ้า" หรือ "ผู้ชนะ" อีกนัยหนึ่งยังพ้องกับชื่อพระพุทธรูปสำคัญของเมืองพิษณุโลกนั่นคือ "ชินราช" ซึ่งหมายถึง "ราชาผู้ชนะกิลเลส" อีกด้วย ส่วนคำว่า "ปุระ" หมายถึง "เมือง" ดังนั้น ชินะปุระ จึงหมายถึง เมืองแห่งผู้ชนะ หรือ เมืองแห่งชินราช นั่นเอง"ห้องอาหารเชลียง" เปิดให้บริการทั้งอาหารเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ อาหารแต่ละเมนูล้วนถูกคัดสรรมาแล้วจากเชฟที่มีความถนัดในด้านอาหารไทยเป็นพิเศษรอบเช้าเปิดตั้งแต่เวลา 6.30-10.30 น.รอบกลางวันเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-17.00 น.รอบเย็นเปิดตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น."เมี่ยงคำกลีบบัวหลวง""ยำส้มโอกุ้งแม่น้ำสองแคว""ยำมังคุดมหาเทวี""กรกฎสองทัพ""หัวปลีทอดกรอบกุ้งสดน้ำยำทรงเครื่อง""โรงแรมชินะปุระ พิษณุโลก" ตั้งอยู่บน ถ.สีหราชเดโชชัย อ.เมืองพิษณุโลก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-5521-9888

  • บ้านเบญจมาศ ตำรับความอร่อย อาหารไทยชาววัง

    เปรี้ยวปากขอพาทุกคนมาลิ้มรสตำรับอาหารไทยชาววังในบรรยากาศแห่งยุคสยามกันที่ร้าน "บ้านเบญจมาศ" ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตคนไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 เมนูต่างๆก็สวยงามประณีตสุดๆและแต่ละเมนูผ่านการคัดสรรมาจากฝีมือเชฟรางวัลการันตีการแข่งขันโอลิมปิก "ร้านบ้านเบญจมาศ" ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารสไตล์โคโลเนียลสีครีมนวลตา ตัดกับซุ้มประตูโค้งด้านหน้าตึกซึ่งเก๋ไก๋โดดเด่นมากเข้ามาภายในร้านก็มีพนักงานของร้านที่แต่งชุดไทยประยุกต์ นุ่งโจงกระเบนคอยต้อนรับพร้อมส่งรอยยิ้ม ส่วนเมนูก็สวยงามประณีตเหมาะมานั่งฟังเพลงเคล้าไปกับการทานอาหารที่แสนละเมียดละไม"ข้าวปรุงน้ำพริกเจ้าจอม (350 บาท)" เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือเสิร์ฟคู่กับแซลมอน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสูตรน้ำพริกลงเรือของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาลที่ 5"ส้มฉุนกรุ่นกลิ่นส้มซ่า (140 บาท)" เมนูของหวานหาทานยากเสิร์ฟมาในโถแก้วอย่างสวยงาม เป็นผลไม้ลอยแก้วที่ทำจากผลไม้ไทยตามฤดูกาล แล้วนำมาปรุงด้วยน้ำเชื่อมกลิ่นผิวส้มซ่าทานคู่กับน้ำแข็งทุบละเอียด หวานเย็นชื่นใจ"ข้าวมันไก่ฝรั่งเศส (320 บาท)" เป็นเมนูที่ผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและวัฒนธรรมตะวันตก"แกงพะแนงเป็ดรมควันใส่ผลไม้ (390 บาท)" แกงพะแนงปรุงจากพริกแกงสดใหม่ทุกวัน ใส่เนื้ออกเป็ดรมควันเนื้อแน่นและผลไม้ไทยอย่างลิ้นจี่"พุดดิ้งกล้วยโอชารส (180 บาท)" พุดดิ้งสไตล์ไทยที่ทำจากกล้วย ทานคู่กับซอสน้ำดอกกุหลาบรสเปรี้ยวอมหวาน เนื้อพุดดิ้งนุ่มละลายในปากตามมาชิมและชมความงามของตำรับอาหารไทยชาววังได้ที่ "ร้านบ้านเบญจมาศ" ตั้งอยู่ใน ซ.อารีย์ 1 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2279-8055

  • Paco Bangkok เติมความสดชื่นด้วยสมูทตี้โฮมเมด

    ร้านอาหารเฮลตี้สุดอินเทรนด์บนโลกโซเชียลในตอนนี้ "Paco Bangkok" ร้านที่เหมาะกับสาวๆเฮลตี้ที่ชอบทาน Smoothie Bowl จากผลไม้นานาชนิดที่สำคัญทุกเมนูยังเป็น Gluten Free และมีการคำนวณแคลอรี่ไว้อย่างเหมาะสม รับรองว่าตอบโจทย์เทรนด์คนยุคใหม่แน่นอน"Pago Bangkok" เกิดจากคอนเซปต์ของร้านที่อยากให้อาหารแนวสุขภาพตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่และเทรนด์ในปัจจุบันจึงมีการเล่นสีสันและความสนุกสนานลงบนตัวสมูทตี้โบวล์ชวนให้ถ่ายรูปมายิ่งขึ้น สีสันสดใสต่างๆที่ทางร้านใช้นั้นปราศจากการแต่งสีสังเคราะห์และทุกเมนูไม่มีการใส่น้ำตาลเพิ่ม ความหวานที่ได้เกิดจากความหวานตามธรรมชาติของผลไม้แต่ละชนิด รอบๆร้านเป็นกระจกใสมองเห็นถึงข้างในร้านและมีกระเบื้องยกสูงที่มีฟอนด์แปดบิต ตัวร้านมีขนาดเล็กแต่มีการเล่นสีสันสดใสชวนดึงดูดให้คนเข้าไปแวะชมว่าภายในร้านขายอะไรบ้างเมนูมีให้เลือกหลากหลายที่สำคัญสีสันสดใสทุกเมนูไม่ว่าจะเมนูไหนรับรองว่าถ่ายรูปสวยแน่นอน ทั้งสวยและยังมีประโยชน์แบบนี้ห้ามพลาดกันแล้วละ"Moonshine (320 บาท)" สมูทตี้สีเหลืองสดใสจากการสกัดน้ำมันแครอท และส่วนผสมของผลไม้หลากชนิดอย่างกล้วย, สับปะรด และมะม่วง ท็อปด้วยกล้วยหอม, เนยถั่ว, สตรอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ส้ม, กราโนลา และธัญพืชต่างๆ"Black Magic (290 บาท)" สมูทตี้สีดำที่มีส่วนผสมจากชาร์โคล ปั่นรวมกับผลไม้อย่างแบล็กเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, กล้วย และสับปะรด ชามนี้โดดเด่นด้วยเนื้อสมูทตี้สีดำและลายเส้นที่ทำให้เหมือนกาแล็กซี่ด้วยโยเกิร์ต เสิร์ฟมาพร้อมกับบลูเบอร์รี่, สตรอเบอร์รี่ กราโนลา และงาขาว"Acai (390 บาท)" เมนูไฮไลท์อย่างสมูทตี้อาซาอิ ผลไม้มหัศจรรย์จากป่าอเมซอนที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เสิร์ฟมาพร้อมกับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่, กล้วยหอม, ลูกฟิกซ์, ส้ม, เมล็ดเจีย และธัญพืชต่างๆมาเติมความสดชื่นด้วยสมูทตี้อร่อยๆกันได้ที่ร้าน "Paco Bangkok" ตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงแรม The Euro Grande Hotel สุขุมวิท 31 (สามารถจอดรถได้ภายในโรงแรม) ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.06-1919-9265

  • Veggie Chef อาหารฟิวชั่นเจรสชาติจัดจ้านไม่เหมือนใคร

    เข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจทั้งทีเปรี้ยวปากขอพาทุกคนมากันที่ร้าน "Veggie Chef" ร้านอาหารเจฟิวชั่นที่โดดเด่นเรื่องรสชาติที่จัดจ้านและหลากหลายเมนูให้เลือกสรรที่สำคัญร้านนี้เปิดขายเจตลอดทั้งปีอีกด้วย! งานนี้อิ่มบุญอิ่มท้องกันได้ตลอดท้งปีเลยทีเดียว หน้าตาอาหารแต่ละเมนูแทบดูเหมือนอาหารปกติทุกอย่างถ้าไม่บอกคงไม่รู้เลยว่าทั้งหมดคืออาหารเจ โดยที่ร้านจะเน้นใช้วัตถุดิบที่เป็นเห็ด, ผัก, เต้าหู้ รสชาติอาหารก็เข้มข้นถึงเครื่องแบบสุดๆ"น้ำตกหมู (129 บาท)""ปอเปี๊ยะฮ่องเต้ (129 บาท)" เดิมปอเปี๊ยะธรรมดาจะใช้แป้งในการห่อแต่เมนูนี้ใช้สาหร่ายห่อแทน ไส้ข้างในเป็นผัก เห็ด และเต้าหู้"ข้าวผัดคะน้าปลาเค็ม (99 บาท)" เนื้อปลาเค็มทำจากถั่วเหลืองที่ไม่ได้เค็มจัดมา แล้วนำไปผัดกับกระทะจนมีกลิ่นหอมของกระทะ"ข้าวซอยไก่ (139 บาท)" "แกงคั่วหอยขม (149 บาท)" ใช้เห็ดออรินจิแทนเนื้อหอย รสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง"ร้าน Veggie Chef" ตั้งอยู่บนถนนวัชรพล ตรงข้ามเสถียรธรรมสถาน ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-21.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร.09-5159-8895

  • B-Story Garden คาเฟ่วินเทจสไตล์ยุโรป

    "B-Story Garden" คาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการตกแต่งในสไตล์ยุโรปสุดคลาสสิกเต็มไปด้วยผลงานศิลปะ ของสะสม และของวินเทจมากมายจนเหมือนวังเล็กๆที่ผ่านการคัดสรรและใส่ใจในทุกรายละเอียดเป็นอย่างดี เรียกได้ว่า มุมถ่ายรูปสวยๆเพียบอย่างกับอยู่ต่างประเทศร้าน "B-Story Garden" เป็นอาคารสวยๆสไตล์ยุโรปที่แฝงไปด้วยความหรูหรา บริเวณร้านกว้างขวางมีความโปร่งโล่งด้วยเพดานทรงสูงนอกจากนี้ที่ร้านยังมีบริการทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และขนมคิ้วท์ๆมากมายให้เลือกทานกันอย่างจุใจ เติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของทางร้านอย่าง "B-Forest ชาพีช (145 บาท)" ชาพีชมิกซ์เบอร์รี่ท็อปด้วยฟองนมรูปหมีน่ารักๆ"The Ocean (390 บาท)" แซลมอนสดจากนอร์เวย์ในซอสมะเขือเทศรสกลมกล่อม เสิร์ฟมาในกระทะร้อนใครที่ชอบอาหารไทยต้องมาลองเมนู "ฉู่ฉี่ปลาแซลมอน (350 บาท)" รสชาติจัดจ้านของฉู่ฉี่เข้ากันได้ดีกับความหวานของเนื้อปลาแซลมอนสดใหม่"เค้กมะพร้าวโฮมเมด (125 บาท)"มาทานอาหารอร่อยๆพร้อมแชะภาพสวยๆกลับไปกันได้ที่ร้าน "B-Story Garden Cafe & Restaurants" ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 23 ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-23.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-3751-1137

  • SLO Cafe คาเฟ่สำหรับคอกาแฟชิคๆย่านเอกมัย

    ในวันหยุดสบายๆหาร้านมานั่งชิลจิบกาแฟกันที่ "SLO Cafe" คาเฟ่ชิคๆสำหรับคอกาแฟที่มีกาแฟหลายสัญชาติให้เลือก ทั้งเอธิโอเปีย บราซิล โคลัมเบีย หรือแม้แต่ของไทยอย่างกาแฟจากเชียงราย ที่สำคัญร้านนี้สกัดกาแฟเองอีกด้วย คอกาแฟจะต้องมาลองกาแฟสกัดเย็นอย่าง "Cold Brew" ที่ดื่มแล้วรับรองสดชื่น นอกจาก "SLO Cafe" จะเป็นคาเฟ่ชิคๆแล้วก็ยังมีกิจกรรมให้ทำมากมายอีกด้วย เช่น Workshop ร้องเพลง และ คลาสสอนดนตรี เป็นต้น"Spaghetti Alfredo Onsen (250 บาท)" สปาเกตตี้อัลเฟรโดราดครีมซอสท็อปด้วยไข่แดง "SLO Hot Wing (140 บาท)" ปีกไก่ทอดสไตล์เกาหลี "ข้าวแกงกะหรี่หมูไข่ข้น (240 บาท)""Matcha Cube (165 บาท)" เมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ขอเอาใจสายมัทฉะ "Cafe De Citron (160 บาท)" กาแฟเสิร์ฟกับมะนาวและน้ำผึ้ง เวลาทานให้แตะมะนาวที่ลิ้นนิดนึงแล้วจิบกาแฟตามเพื่อกระตุ้นต่อมรับรสของลิ้น "Premium Tower Fluffy Pancake (270 บาท)" เมนูขนมหวานที่ขายดีที่สุดของร้านด้วยความเด้งดึ๋งของตัวแพนเค้ก"Matcha Premium Pancake (360 บาท)" แพนเค้กชาเขียวเด้งดึ๋ง ไส้ด้านในเป็นถั่วแดงเสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมวานิลลาร้าน "SLO CAFE" อยู่ในซอยเอกมัย 12 ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.30-21.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2381-5291

  • ปีหนึ่ง คาเฟ่ ศาลายา (PEE NEUNG Coffee House Salaya)

    ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ นครปฐม ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกน่าสนใจเลยทีเดียว วันนี้เปรี้ยวปากจึงขอแนะนำคาเฟ่เปิดใหม่อย่าง "PEE NEUNG Coffee House Salaya" หรือที่หลายๆคนเรียกกันว่า "สถานีปีหนึ่ง" คาเฟ่ชิคๆริมทางรถไฟในศาลายาที่ฮอตฮิตมากในโซเชียล และไฮไลท์ของที่ร้านต้องยกให้กับน้องกวางที่จะปล่อยออกมาโชว์ตัวเพียงวันละ 2 รอบ คือ 11.00 น. และ 16.00 น. เท่านั้นตัวร้านเป็นเรือนกระจกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์มินิมอล ส่วนด้านหลังติดริมทางรถไฟที่จะมีรถไฟวิ่งผ่านเป็นระยะๆให้ได้เก็บภาพสวยๆคู่กับน้องกวางอีกด้วย นอกจากนี้ร้านยังตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณมหาลัยจึงจัด Co-Working Space ให้เหล่านักศึกษาได้มาอ่านหนังสือกันโดยแบ่งได้ออกเป็น 3 โซน คือ โซน Open-Air, โซน Air และโซนสวน ร้านนี้นอกจากมุมถ่ายรูปสวยๆจะเยอะแล้วรสชาติอาหารก็อร่อยไม่แพ้กัน"พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยนฮาร์ฟแซลมอนรมควัน (350 บาท)" เมนูไฮไลท์ของทางร้านที่ไม่ว่าโต๊ะไหนมาก็ต้องสั่งมาทาน"แซลมอนผัดพริกขี้หนูสวน (220 บาท)" "ตอติญ่าผักโขมอบชีส (300 บาท)""สปาเกตตีเส้นดำขี้เมาซีฟู้ด (180 บาท)" "Hangar Signature (85 บาท)" "Pee Nueng Signature (85 บาท)""PEE NEUNG Coffee House Salaya" ตั้งอยู่ที่ อ.ศาลายา จ.นครปฐม ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร.09-4682-1333

  • Peculiar Café

    Peculiar Café (พิคิวเลียร์ แกลเลอรี แอนด์ คาเฟ่) คาเฟ่เล็กๆ ในบ้านย่านวัชรพลที่มาพร้อมคอนเซปต์ Hidden home cafe ลึกลับ และแปลกตามชื่อร้าน แต่ลงตัวด้วยบรรดาของตกแต่งสะสมของเจ้าของร้าน ใครมาก็เหมือนมาเยือนพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว สัตว์สตัฟฟ์สวยๆ เฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ มุมถ่ายรูปและพร็อบให้ยืมแน่นมาก และนอกจากเจ้าของร้านที่น่ารักใจดีเป็นกันเองแล้ว ยังมีเจ้าบ้านอีกสองตัว ได้แก่ เจ้าMaggieแม็กกี้ และ เจ้า Balmain น้องหมาน้องแมวสุดน่ารักคอยต้อนรับอีกด้วยเมนูแนะนำ- Peculiar Jade (135 บาท) ความลงตัวของเครื่องดื่มชาเขียว กาแฟ นมและลอดช่องวัดเจษฯ อร่อยนัวมาก - Peculiar Jardin (130 บาท) เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำส้มยูซุ น้ำผึ้ง เลมอนเข้ากันกับผลเบอร์รีที่โรยท็อปปิ้ง แก้วนี้สาวๆ ต้องชอบ - Choco Mint (115 บาท) ช็อกโกแลตปั่นในแก้วมิ้นต์กลิ่นหอมเย็นๆ หวานสดชื่น - Basque Burnt Cheesecake (180 บาท) ชีสเค้กสเปน หวานเข้มข้น เนื้อแน่น - Homemade Brownie (75 บาท) ช็อกโกแลตเข้มข้น เนื้อบราวนี่นุ่ม  💚FYI : เนื่องจากร้านมีขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นบ้านส่วนตัวและอยู่ในหมู่บ้าน ก่อนไปแนะนำให้โทรสอบถามจำนวนที่นั่งก่อน ส่วนเมนูขนมของร้านจะเปลี่ยนไปตามซีซั่นนะจ๊ะ

  • OHACHI ข้าวหน้าหมูย่างไซส์ยักษ์ย่านอารีย์

    วันนี้ขอพาเหล่าสายกินแหลกมาวัดกระเพาะกันที่ "OHACHI" กับเมนูดังข้าวหน้าหมูย่างสไตล์ญี่ปุ่นไซส์ยักษ์ หมูย่างเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซอสหอมๆ หวานๆ เค็มๆ ที่มีให้เลือกถึง 4 ไซส์ไซส์อนุบาล (128 บาท) / 300 กรัม ไซส์มาตรฐาน (168 บาท) / 500 กรัม ไซส์มาสเตอร์ (238 บาท) / 800 กรัมไซส์ด็อกเตอร์ (388 บาท) / 1,300 กรัมใครอยากมาลองหมูย่างสไตล์ญี่ปุ่นชามยักษ์มากันได้ที่ร้าน "OHACHI" โครงการสนั่นนภา ติด BTS อารีย์ รอบเช้าเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 น. และรอบเย็นเปิดตั้งแต่เวลา 16.00-20.00 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์)สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 09-2538-9449

  • สวนมะนาวโห่ลุงศิริ

    มาถึงสมุทรสงครามทั้งทีเปรี้ยวปากขอมาเดินชมสวนเพลินๆกันที่ "สวนมะนาวโห่ลุงศิริ" สวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีต้นมะม่วงหาวมะนาวโห่ให้ชิมกันแบบสดๆจากต้นจากผลไม้ในวรรณคดี "มะม่วงหาวมะนาวโห่" สู่ผลไม้ที่ช่วยชีวิต "ลุงศิริ เจริญช่าง" คุณพ่อของ "คุณทสน์ เจริญช่าง" ลูกชายคนเล็กของครอบครัว คุณทสน์เล่าให้ฟังว่า ลุงศิริ เคยป่วยหนักเป็นโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ กลับมีอาการดีขึ้นเมื่อได้ทานมะม่วงหาวมะนาวโห่ ครอบครัวจึงตัดสินใจนำผลไม้ชนิดนี้มาปลูกเป็นสวนจึงเกิดเป็น "สวนมะหาวโห่ลุงศิริ" "สวนมะนาวโห่ลุงศิริ" กลายเป็นธุรกิจครบวงจรที่ทั้งปลูก แปรรูปมะนาวโห่เป็นสินค้าหลากหลายชนิด ไปจนถึงศูนย์การเรียนรู้ คาเฟ่ และแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอัมพวาเที่ยวรอบๆสวนจนเหนื่อยแล้วมาแวะพักกันที่ "สิริสมปองคาเฟ่" คาเฟ่ธีมมะนาวโห่แห่งแรกในไทยที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การมานั่งพักผ่อน เดินชมร้านกันจนอิ่มหนำแล้วมาลิ้มลองเมนูเด็ดๆจากมะม่วงหาวมะนาวโห่กัน"เครปเค้กแยมมะนาวโห่ (75 บาท)""เอสเปรสโซ มะนาวโห่ (70 บาท)""Summer Set (120 บาท)" เสิร์ฟมาทั้งเยลลี่มะนาวโห่, ไอศกรีมมะนาวโห่ และมะนาวโห่ลอยแก้ว"Waffle Set (120 บาท)" วาฟเฟิลเสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีมที่ทำจากมะนาวโห่มาเที่ยวชมสวนและลิ้มลองความอร่อยของมะม่วงหาวมะนาวโห่ได้ที่ "สวนมะนาวโห่ลุงศิริ" ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-0566-5124

  • สามย่านมิตรทาวน์ กับโซน 24 ชั่วโมง แหล่งรวมของสุดชิคใจกลางกรุง

    "สามย่านมิตรทาวน์" แลนด์มาร์คแห่งใหม่สุดจัดจ้านในสามย่าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างครบครันกับ "โซน 24 ชั่วโมง" ที่รวบรวมร้านอร่อยๆ และ Co-working Space มาไว้ในที่เดียว แถมยังเดินทางสะดวกมีรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อมาถึงด้านในเลยที่ "สามย่านมิตรทาวน์" เดินทางสะดวกสบาายมีทั้งรถโดยารประจำทาง, รถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า MRT โดยลงที่สถานีสามย่าน จะมีมุมฮิต ถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ทุกคนที่มาต้องแวะมาถ่ายรูปอย่าง "อุโมงค์อวกาศ" ทางเดินกว่า 100 เมตร ที่เป็นอุโมงค์ปูนเปลือยช่วงกลางทางเดินช่วงหนึ่งจะเป็นพื้นกระจกให้มองเห็นด้านล่างได้ ซึ่งอุโมงค์นี้จะเชื่อมจากสถานีสามย่านมายังสามย่านมิตรทาวน์เลยภายในศูนย์การค้ามีทั้งหมด 5 ชั้น และชั้นใต้ดินอีกหนึ่งชั้น และโซนไฮไลท์สำหรับที่นี่เลยคือ "โซน 24 ชั่วโมง" แหล่งรวมทั้งร้านอาหารอย่าง เคเอฟซี, ชาบูชิ, สตาร์บัคส์, คาเฟ่ อเมซอน, สเวนเซ่นส์ และอื่นๆ อีกมากมายอีกหนึ่งความน่าสนใจของที่นี่คือ "SAMYAN CO-OP" Co-Learning Space เปิดให้บริการฟรี 24 ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ชั้น 2 ถึง ชั้น 3 ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งร้านกาแฟ ห้องน้ำ ห้องทำงานส่วนตัว แถมยังมีปลั๊กไฟและ Wi-Fi อีกด้วย หากใครสนใจเพียงแค่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้"MEDIUM and More" แหล่งรวมอุปกรณ์ศิลปะ งานประดิษฐ์ และงานฝีมือแบบที่ไม่เหมือนใคร แล้วยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปงานคราฟต์โดยผู้เชี่ยวชาญมากมายอีกด้วย"สามย่านมิตรทาวน์" ตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนพญาไท-พระราม 4 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00 น.โซน 24 ชั่วโมง เปิดบริการทุกวัน เวลา 00.00 - 23.59 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2764-6241

  • อิ่ม อร่อย กับกั้งเน้นๆที่ "ผัดไทยกั้ง ราชพฤกษ์"

    "ร้านผัดไทยกั้ง" ย่านราชพฤกษ์เกิดจากความชื่นชอบทานกั้งของเจ้าของร้านจึงมาเปิดเป็นร้านที่มีแต่เมนูกั้งนั่นเอง! และด้วยความชื่นชอบทานกั้งที่สดใหม่ของเจ้าของร้านดังนั้นวัตถุดิบหลักอย่างกั้งจึงถูกส่งตรงมาจากทะเลสุราษฎร์ธานี รับประกันความสดใหม่แน่นอน"ผัดไทยกั้ง (เริ่มต้น 89 บาท)" เมนูไฮไลท์ของร้าน เคล็ดลับอยู่ที่น้ำผัดไทยสูตรของคุณแม่ที่ผัดให้รสชาติเข้าถึงเส้น เวลาทานจะหอมกลิ่นกระทะ"ก๋วยเตี๋ยวแกงส้มหม้อไฟทรงเครื่อง (199 บาท)" ในหม้อแน่นไปด้วยหลากหลายซีฟู้ด ทั้งหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, ปลาหมึก, กุ้ง และกั้งตัวโตๆ ท็อปด้วยไข่ชะอม ด้านล่างเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวนุ่มๆ ทำจากข้าวหอมมะลิเข้ากันได้ดีกับน้ำแกงส้ม"ขนมจีนน้ำยากั้ง (109 บาท)" กั้งมาทั้งตัวและตัวน้ำยายังทำมาจากกั้งอีกด้วย"กั้งผัดพริกเกลือ (เริ่มต้น 199 บาท)" เมนูนี้ชูรสด้วยขมิ้นและเม็ดพริกไทย ถึงเครื่องมากๆอิ่มอร่อยไปกับกั้งแบบเน้นๆ ได้ที่ "ร้านผัดไทยกั้ง" อยู่บนถนนราชพฤกษ์ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-9221-9666

  • Casa Sapparod ร้านใหม่เอาใจคนรักสับปะรด

    แค่เดินเข้ามาในร้าน "Casa Sapparod" ในซอยเจริญกรุง 44 ก็ได้กลิ่นอายของสับปะรดแทบยกสวน! กับการตกแต่งร้านแบบเก๋ๆ ที่เน้นหนักไปทางสับปะรด และไม่ใช่แค่การตกแต่งแต่รวมไปถึงส่วนผสมของเมนูภายในร้านที่มีสับปะรดเป็นส่วนผสมหลักมาประยุกต์กับเมนูต่างๆ อีกต่างหาก ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน เครื่องดื่มเมนูก็เน้นสับปะรดทั้งนั้น เรียกได้ว่าเอาใจคนรักสับปะรดโดยเฉพาะเลยทีเดียว"Casa Sapparod" ใช้สับปะรดเป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหารแต่ละเมนู และสับปะรดของที่นี่ล้วนถูกคัดสรรมาจากฟาร์มออร์แกนิคทั้งนั้น รับรองว่าไม่มีสารพิษ ภาชนะที่ทางร้านใส่มาก็เป็นภาชนะที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ อย่างเซรามิก ดินเผา หรือแม้แต่นำวัสดุธรรมชาติมาใช้อย่าง กะลามะพร้าว ผลสับปะรด ที่ย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ ไอเดียเก๋มากๆในประเทศไทยของเรามีสับปะรดอยู่หลายสายพันธุ์ แต่ที่ทางร้านนำมาใช้จะเป็นพันธุ์ท็อปๆ อย่างสับปะรดภูแล(จ.เชียงราย) ลูกเล็กๆ กรอบหวาน, พันธุ์ภูเก็ต จะลูกใหญ่สุด รสชาติหวานหอมคล้ายมะพร้าว และพันธุ์ที่ร้านใช้เป็นส่วนประกอบเยอะที่สุดคือ พันธุ์ปัตตาเวีย และ ศรีราชา ทั้งสองพันธุ์นี้ลูกจะสวย เนื้อจะเยอะ"ขนมจีนซาวน้ำ (270 บาท)" เป็นอาหารคลายร้อนในฤดูร้อน แต่ที่ร้านนี้มีให้ทางกันทั้งปีเลย เสิร์ฟมาพร้อมกุ้งลวก, ส้มโอ, ไข่นกกระทา, มะกรูด, ขิงอ่อน, หอมแดง และกระเทียม สับปะรดที่ใช้เป็น พันธุ์ภูเก็ต แถมยังท็อปด้วยเกล็ดน้ำแข็งสับปะรดอีกด้วย วิธีทานก็คือราดน้ำกะทิลงไปเลย"ข้าวผัดสับปะรด (หมู,ไก่,เจ 220 บาท/ ซีฟู้ด 280 บาท/ Giant 490 บาท)" สูตรของร้านจะรวมทุกมิติของข้าวผัดที่รวมสับปะรดทุกพันธุ์ที่มี ผัดกับข้าวออร์แกนิคจากฟาร์ม จ.นครปฐม เนื้อสัตว์ก็จะมีเบคอนที่หมักเอง คอหมู และกุนเชียงหั่นเต๋า"หมูปิ้งราดพะแนง (240 บาท)" ซึ่งจะเห็นว่าที่เสียบไม้จะมีสับปะรดอยู่ เมนูนี้จะเลือกใช้พันธุ์ ปัตตาเวีย รสชาติหวาน ฉ่ำเนื้อมาก ทานคู่กับซอสพะแนงเข้มข้น เสิร์ฟมาในกะลามะพร้าวเก๋ๆล้างปากต่อด้วยของหวานกับเมนู "พุดดิ้งสับปะรด (170 บาท)" เป็นครีมมะพร้าวราดด้วยซอสสับปะรด มีบิสกิตบางกรอบท็อปมาด้วย เสิร์ฟมาในสับปะรดลูกเล็กๆ น่ารักๆสายสับปะรดเลิฟเว่อร์ต้องห้ามพลาดร้าน "Casa Sapparod" อยู่ที่ซอยเจริญกรุง 44 ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2004-5727

  • Bar Mee ร้านเด็กเส้นน้องใหม่ สไตล์ Fine Dining

    "Bar Mee" ร้านน้องใหม่ที่เสิร์ฟมาในสไตล์ Fine Dining ห้ามปรุงเพิ่ม! การันตีความอร่อยโดยเชฟชาวสิงคโปร์ เชฟวิลเมนต์ ลีออง ที่คิดค้นรสชาติและรสสัมผัสมาอย่างลงตัว เชฟอยากให้ลูกค้าได้ทานก๋วยเตี๋ยวแบบรสชาติความเป็นก๋วยเตี๋ยวจริงๆ ไม่ต้องปรุงเพิ่มให้วุ่นวาย บวกกับวัตถุดิบที่เลือกและคัดสรรมาในชามนั้นๆ แล้ว"ซอสเพสโต้เขียวหวาน (120 บาท)" เมนูนี้ใช้เส้นสปาเก็ตตี้หมึกดำ ทานกับซอสเพสโต้เขียวหวานสูตรที่เชฟนำเครื่องแกงสมุนไพรปั่นหยาบแล้วนำไปเคี่ยวจนได้ซอสที่หอม เสิร์ฟพร้อมไข่แดงและเป็ดชาชู"ซุปต้มยำโฮมเมด (150 บาท)" เบสท์หลักของเมนูนี้คือซุปต้มยำ เส้นที่ใช้จะเป็นเส้นเล็ก น้ำซุปสูตรของเชฟจะเข้มข้นมาก เสิร์ฟมาพร้อมกับมะพร้าวอ่อน ลูกชิ้นปลา ฮือก้วย ผักกาดแก้ว และเมนูนี้ยังมีแบบแห้งอีกด้วย ก็จะได้รสชาติที่แตกต่างกันออกไป"ซอสฮอยซินสูตรโบราณ (120 บาท)" บะหมี่หยกเหนียวนุ่ม ราดด้วยซอสสูตรพิเศษที่มีความหอม หวาน และเค็มแบบลงตัวในสไตล์จีน ทานคู่กับหมูแดงติดมัน และฮือก้วยชิ้นโต คลุกซอสให้เข้ากันก่อนทานใครอยากมาพิสูจน์รสชาติก๋วยเตี๋ยวแบบไม่ต้องปรุง มากันได้ที่ร้าน "Bar Mee" ตึก SVL House ถนนสุรศักดิ์ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-1723-2650

  • ครัวจำแลงแปลงกาย อาหารใต้แปลงกายในแบบฉบับสงขลา

    เมนูอาหารใต้ที่ถูกแปลงกายมาในแบบฉบับสงขลาที่แต่ละเมนูต้องร้องว้าว กับร้าน "ครัวจำแลง แปลงกาย" ที่จำแลงเมนูอาหารจากสูตรในครอบครัวมาให้ทุกคนได้ทาน ในสไตล์อาหารฟิวชั่นหรือฟิวฉันที่นำความโมเดิร์นเข้ามาผสมผสานกับอาหารใต้และวัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม คอนเซ็ปต์ของชื่อร้าน "ครัวจำแลง แปลงกาย" มาจากคำ 2 คำ คือคำว่า "จำแลง" คือ จำแลงเมนูอาหารจากสูตรในครอบครัวมาให้ทุกคนได้ทานกัน และคำว่า "แปลงกาย" คือ สไตล์อาหารฟิวชั่น หรือที่ทางร้านเรียกว่า ฟิวฉัน คือนำความโมเดิร์นเข้ามาใส่ในตัวอาหาร มาเริ่มที่เมนูแรก "ขนมจีนน้ำยาปูอลาสก้า (2,499 บาท/ตามน้ำหนักตัว)" ปกติจะเห็นแต่ขนมจีนน้ำยาปูธรรมดา แต่ทางร้านจัดแจงแปลงกายร่ายมนต์ใส่ปูอลาสก้ายักษ์นำเข้าจากญี่ปุ่นลงไป แล้วลูกค้าไม่ต้องแกะเนื้อปูเลย สามารถตักทานเนื้อเน้นๆ ได้เลย ทางร้านโขลกเครื่องแกงกันเอง วัตถุดิบพริกแกงก็สั่งตรงมาจากสงขลาเลย"สปาเกตตีไตปลาแห้งกุ้งมังกร (1,499 บาท/ตามน้ำหนักตัว)" เส้นสปาเกตตีลวกแบบสุกพอดีกรุบๆ ผัดเคล้ากับเครื่องแกไตปลาสูตรเด็ดที่เคี่ยวมาอย่างดี รสชาติเผ็ดเป็นเอกลักษณ์ ท็อปด้วยกุ้งมังกรลายเสือตัวใหญ่"ข้าวยำกุ้งล็อบสเตอร์ (999 บาท/ตามน้ำหนักตัว)" เมนูทีเด็ด ปกติข้าวยำจะเจอแต่สมุนไพรไม่มีเนื้อสัตว์ แต่ที่นี่เป็นแบบพรีเมี่ยมแปลงกายมาทั้งทีก็จัดล็อบสเตอร์ให้เลย และหัวใจหลักของเมนูนี้คือ น้ำบูดู ที่ร้านคัดสรรเจ้าเด็ดมาเอง เคี่ยวนานถึง 12 ชม."คั่วกลิ้งหอยเชลล์ (290 บาท)""หมูทอดกะปิ (170 บาท)""แกงเหลืองยอกมะพร้าวอ่อนปลาแซลมอน (350 บาท)"ใครอยากมาลองเมนูใต้แปลงกายมากันได้ที่ร้าน "ครัวจำแลง แปลงกาย" รามคำแหง ซอย 4 ใกล้กับโรงพยาบาลแพทย์ปัญญา วันจันทร์-ศุกร์ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-1918-2222

  • Paka Restaurant เปิดตำรับอาหารไทยโบราณฉบับป่าก์

    "Paka Restaurant" ร้านอาหารไทยโบราณแบบดั้งเดิมที่เข้าถึงได้ง่าย ในลักษณะโฮมเมดรวมถึงประยุกต์กับพื้นฐานความรู้ดั้งเดิมของครอบครัวเจ้าของร้านที่เป็นครอบครัวขุนนางโบราณ แล้วก็ใช้วัตถุดิบในปัจจุบันมาร่วมด้วย เจ้าของร้านอย่าง "เชฟภูมิ-จักรภูมิ บุณยาคม" เล่าให้ฟังว่าไอเดียของชื่อร้านมาจากคำโบราณพยางเดียวที่จำง่าย "ป่าก์" มาจากรากศัพท์คำว่า ปากะ หมายถึง การทำอาหารหรือการรับรสทางปาก และยังพ้องไปกับตำราอาหารเล่มแรกของไทย ที่มีชื่อว่า "แม่ครัวหัวป่าก์" คือ คนที่เก่งในเรื่องการทำอาหาร และนอกจากเชฟภูมิแล้วยังมีหุ้นส่วนอย่าง "คุณเอี๊ยด-สกุลชัย สามเสน" ลูกชายคนโตของ "เชฟป้อม-หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล" มาร่วมกันรังสรรค์เมนูอาหารไทยโบราณ"ปีกไก่ยัดไส้ซอสส้มซ่า (190 บาท)" เมนูทานเล่น ปีกไก่ในส่วนของปีกบนไปจนถึงปีกปลาย เลาะเอากระดูกออกทั้งหมดแล้วยัดไส้ด้วยวุ้นเส้น หมูสับ และเห็ดหอม ปรุงรสคลุกกับซอสส้มซ่ารสเปรี้ยวหวานที่มีกลิ่นหอมเฉพาะ"ข้าวมันเพชรราตรีส้มตำโบราณ (220 บาท)" ส้มตำโบราณที่ใส่กล้วยดิบและมะละกอสุกเคล้ากับน้ำยำที่มีกุ้งแห้งป่น ทานคู่กับข้าวมันเพชรราตรี ข้าวหอมมะลิพันธุ์เพชรราตรี สุดยอดพันธุ์ข้าวที่เกิดจากการแตกตัวของข้าว 1 กอ ใน 2 หมื่นกอ"พะโล้ไข่เค็มโบราณ (270 บาท)" สูตรวังเทวะเทสว์ เมนูเอ็กซ์คลูซีฟที่เชฟป้อมถ่ายทอดสูตรมาแบบละเอียด เป็นพะโล้ที่ไม่ใส่ซีอิ๊วและเครื่องพะโล้แบบจีน แต่มาในสไตล์ต้มเค็ม ใช้ไข่คุณภาพ ไข่เป็ดไล่ทุ่งที่เอามาทำเป็นไข่เค็ม"ผัดไทยเจ้าสมุทร (ประมาณ 900 บาท) / ต้องโทรมาจองก่อนล่วงหน้า" ผัดไทยเส้นจันท์ ผัดกับน้ำมันหมูและซอสผัดไทยใส่มันกุ้งเสวย แปลงกายจากกุ้งสดที่เราคุ้นเคยเป็นอัดแน่นไปด้วยบรรดาเจ้าสมุทร ทั้งปูทาราบะ หอยเชลล์ อูนิ ไข่ปลาแซลมอน และกุ้งแม่น้ำ"เค้กมะกรูด (189 บาท)" มะกรูดคนส่วนใหญ่คิดว่าเอามาใช้ในเมนูคาว แต่โบราณเอามทำเป็นของหวานได้ด้วย"Paka Restaurant" อยู่ใกล้กับร้านโกโรตี ถนนนครไชยศรี ร้านเปิดทั้งหมด 2 รอบ คือ รอบเช้า ตั้งแต่เวลา 11.00-15.00 น. และรอบเย็น ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. (หยุดทุกวันอังคาร) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-5942-6950

  • ร้านผงชูรส อร่อยได้ ไม่ใส่ผงชูรส

    มาถึงร้านอาหารอีสานที่ชื่อร้านสะกิดหูเอามากๆกับ "ร้านผงชูรส" แรงบันดาลใจของคุณส้มเจ้าของร้านซึ่งเค้าแพ้ผงชูรสแต่ก็ชอบทานอาหารอีสานเลยเกิดไอเดียนี้ขึ้นมา และแน่นอนว่าร้านอาหารอีสานร้านนี้ไม่ใส่ผงชูรสแต่ก็ยังรสชาติแซ่บๆ ไว้แน่นอนคำว่า "ผงชูรส" ที่ทางร้านเลือกนำมาใช้ให้ความหมาย คือ การชูรสชาติของวัตถุดิบในเมนูต่างๆ ตามสโลแกนของร้าน "อร่อยได้ ไม่ใส่ผงชูรส" เริ่มกันด้วยออเดิร์ฟอย่างเมนู "ปลาร้าปลาหมึก (155 บาท)" ที่เปรียบเทียบได้กับเมนูปลาหมึกวาซาบิของญี่ปุ่น แต่เปลี่ยนเป็นใช้ปลาหมึกดองในน้ำปลาร้าแทนมาถึงเมนูเส้นขนมจีนแซ่บๆ "ข้าวปุ้นซาวน้ำปลาแดดกากหมู (155 บาท)" เส้นขนมจีนคลุกเคล้ากับน้ำปลาร้าต้มสุกสูตรร้อยเอ็ด ปรุงรสอย่างดีด้วย กะปิ กระเทียมดอง โรยด้วยเม็ดกระทิน กากหมู และเพิ่มความเผ็ดร้อนด้วยพริกแห้งแทนพริกป่น เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง ไข่ทรงเครื่องเพื่อมาทานคู่กับปลาร้าและผักเคียงอย่างชะอมและกะหล่ำปลีต่อด้วยเมนูที่แปลงกายมาอย่างแนบเนียนเพิ่มเติมคือความเฮลตี้ "ตำอโวคาโดไข่แดงเค็มหมี่กรอบ (255 บาท)" อโวคาโดสุกคลุกเคล้ากับน้ำส้มตำไทยเข้มข้น ใส่ถั่วลิสง ใส่ไข่แดงดิบ ท็อปด้วยหมี่กรอบ"ซั่วปลาหมึกเส้นไข่แดงเค็ม (185 บาท)" ปลาหมึกหั่นเส้นและนำไปกริลจนสุกแบบพอดี จากนั้นนำไปตำกับน้ำปลาร้ารสชาติกลมกล่อม ใส่ไข่แดงเค็ม หรือใครที่ไม่ทานปลาร้าก็สามารถแจ้งทางร้านได้เลยแต่ละเมนูแปลงกายมาได้อย่างแนบเนียนที่สำคัญแซ่บได้แบบไร้ผงชูรสคือดีงามจริงๆ ใครอยากมาลองมากันได้ที่ร้าน "ผงชูรส" ถนนสีลม ซอยสีลม 3 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 12.00-21.00 น. (หยุดทุกวันพุธ) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-2504-1198

Follow us on INSTAGRAM